จำได้ไหม อิคคิวซังเมืองไทย น้องกร วัดป่ามณีกาญจน์ กับหัวใจที่เปี่ยมด้วยธรรมะ

0
11
น้องกร

จำได้ไหม อิคคิวซังเมืองไทย น้องกร วัดป่ามณีกาญจน์ กับหัวใจที่เปี่ยมด้วยธรรมะ

ทุกเช้าตรู่ ขณะที่คณะสงฆ์วัดป่ามณีกาญจน์ จังหวัดนนทบุรี เตรียมออกบิณฑบาตเด็กชายจิรกร ศรสงคราม หรือ น้องกร วัดป่ามณีกาญจน์ จะเดินมาขอนิมนต์ทำบุญตักบาตรกราบเท้าพระอาจารย์ก่อนติดตามไปทำหน้าที่เสมือน “เด็กวัด” คนหนึ่ง

ภาพเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่เกิดเป็นประจำทุกวันนับตั้งแต่น้องกรยังเดินเตาะแตะกระทั่งปัจจุบัน หนูน้อยคนนี้เคยนั่งสัปหงก สวดมนต์ เดินจงกรมด้วยจริตตามวัยที่หลายคนคุ้นตา แรงศรัทธาของน้องกรยังแน่วแน่ถึงขั้นบวชเณร ทั้งที่อายุเพียงสามปีเศษเท่านั้น และขอบวชอีกหลายครั้งในช่วงปิดภาคเรียน ซีเคร็ต เชื่อว่าเหตุและปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้องกรเป็นอย่างทุกวันนี้มาจาก คุณแป๊ว - วริษฐา เสือแผ้ว ผู้เป็นมารดา คุณแม่เล่าให้ฟังว่า

“เคยเข้ามาที่วัดนี้ตั้งแต่กรยังไม่เกิด วันแรกเจอพระอาจารย์อำนวย จิตฺตสํวโร เจ้าอาวาสวัดป่ามณีกาญจน์ท่านเทศน์ให้ครอบครัวหนึ่งซึ่งมีปัญหาระหว่างแม่กับลูกท่านสอนว่าครอบครัวจะมีความสุขต้องรู้จักคำว่ายอมซึ่งกันและกัน ต้องมีจังหวะ ไม่ใช่ว่าลูกไปอย่าง แม่ไปอีกอย่าง ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองถูก อย่างนั้นก็ไม่มีใครได้ดี การไม่ยอมมีแต่จะทำให้เราทะเลาะกัน เสียงดังใส่กันไม่มีอะไรดี

“พระอาจารย์ใช้คำง่าย ๆ พูดไปขำไป แต่เรานั่งร้องไห้เพราะสิ่งที่พระอาจารย์สอนกระทบจิตใจมาก เราก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยยอมใคร ใจร้อน และดื้อกับแม่ เคยคิดว่าชีวิตเรามาถึงขนาดนี้ ดูแลตัวเองได้แล้ว เราต้องแน่ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เราถือตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดี ไม่ใช่ว่าเราเก่งแต่ที่เรายืนอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะบุญคุณของพ่อแม่ จากจุดนั้นทำให้คิดถึงพ่อแม่มากขึ้น สอนใจตัวเราเองให้เย็นลงเริ่มฝึกตัวเองทุกวันให้รู้จักยอม”

จากวันนั้นคุณแป๊วเลื่อมใสในหลักธรรมคำสอนของพระอาจารย์ ทุกเช้าก่อนออกไปทำงาน เธอจึงเดินทางมาตักบาตรและฟังเทศน์เป็นประจำ สองปีผ่านไปคุณแป๊วมีครอบครัวและตั้งครรภ์ เธอตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อดูแลลูกอย่างเต็มที่ เมื่อน้องกรอายุได้สามเดือนเศษคุณแป๊วก็พาน้องกรมาเข้าวัดเป็นครั้งแรก

“เมื่อมีน้องกร เราคิดแค่เพียงว่าจะเลี้ยงเขาอย่างไรให้เติบโตโดยไม่เป็นภาระสังคม ไม่เป็นปมด้อย คิดไปตามประสาคนเป็นแม่ธรรมดา อยากให้ลูกเป็นคนดี อยากให้ลูกได้เห็นการรับ การให้ สิ่งเหล่านี้เรียนรู้จากที่อื่นนั้นยากระหว่างที่คิดมีแต่คำถาม แต่ไม่มีคำตอบ จู่ ๆ วันหนึ่งก็มีคำตอบผุดขึ้นมาว่า เราจะเลี้ยงลูกเอง และพาลูกเข้าวัด ให้เขาได้เห็นและใกล้ชิดธรรมะ ครอบครัวก็เห็นด้วย ทุกอย่างเอื้อกันไปหมด

“วันแรกที่พากรไปวัด เขายังเล็กจะร้องเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กังวลเหมือนกันว่าจะสร้างความรำคาญให้คนอื่น แต่พอเขาร้องก็ไม่มีใครว่าอะไร เหมือนทางมันเปิด จึงพาลูกมาทุกวันกระทั่งกรอายุได้สี่เดือน วันหนึ่งกรกำลังร้องไห้ พระอาจารย์ก็บอกว่า เงียบ ไอ้เด็กวัด กรก็หยุดร้อง แต่คำว่าไอ้เด็กวัดมันกระแทกหัวใจเรามาก น้ำตาเราไหลเลยนะ เหมือนกับลูกเรามีชื่อ เป็นความรู้สึกยินดี ปลื้มปีติ รู้สึกเหมือนพระอาจารย์รับกรเป็นศิษย์แล้ว เราเองก็เป็นศิษย์พระอาจารย์เหมือนกับกรด้วยไม่รู้ว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่เราคิดของเราเอง

“ตั้งแต่วันนั้นตั้งใจเลยว่าเราต้องทำในสิ่งที่เราทำอย่างสม่ำเสมอ และเป็นหน้าที่ที่เราต้องพากรมาวัด กรก็ต้องทำหน้าที่ในฐานะศิษย์ของพระอาจารย์ เราเรียนรู้ไปด้วยกันกับลูก ทำไปเรื่อย ๆ ให้เป็นกิจวัตร และอะไรที่สามารถช่วยวัดได้เราก็จะทำ ไม่เคยคิดว่าเราหรือลูกลำบากเลย”

คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าถัดไป

ความเห็น