เดินเล่นเห็นอะไร ณ Krattigen – เรื่องเล่าจากสวิตเซอร์แลนด์ โดยท่านเปสโลภิกขุ

0
12
krattigen

เดินเล่นเห็นอะไร ณ Krattigen

Krattigen

“เราเกิดมาเพื่อดูโลกใบนี้ให้แจ่มแจ้ง”

คมธรรมคำคมของหลวงพ่อชาย้อนกลับมากระทบใจฉันในวันเตรียมตัวออกเดินทาง จากที่เคยตั้งใจไว้

แต่แรกว่าจะผลิต “สารคดีชีวิต” เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของพระป่าสายหลวงพ่อชาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทว่าเมื่อเวลาปลิดปลิวผ่านไปงานเขียนชิ้นนี้กลับมีกลิ่นอายของ “สารคดีท่องเที่ยว” เข้ามาคลุกคลีตีโมง

ทั้งนี้ก็เนื่องจากการเดินทางเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคณะสงฆ์ที่นี่ ดังที่เคยหยอดไว้ในบางตอนก่อนหน้านี้

แล้วว่า “วัดธรรมปาละ” ปรับปรุงจากโรงแรมร้างท้ายหมู่บ้าน ซึ่งทุกกิจกรรมตั้งแต่ตื่นยันหลับถูกบรรจุอยู่ภายในตัวอาคารสี่ชั้น ฉะนั้นคณะสงฆ์จึงจำเป็นต้องมี Wandertag หรือ “วันเดินป่า” สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง

เพื่อให้ผู้ที่อยู่ประจำได้มีโอกาสยืดเส้นยืดสายและสัมผัสกายวิเวก แวนเดอร์ทากคราวนี้นับเป็นครั้งที่สาม

ตั้งแต่ฉันเดินทางมาเยือนสวิตเซอร์แลนด์ ฉันแอบวาดหวังว่าคณะสงฆ์คงรักษาขนบธรรมเนียมนี้ไว้ จนกว่า

น้ำแข็งจะละลายเกลี้ยงยอดเขาทั่วยุโรป (ฮา)


“Krattigen- คราทิเกน” หมู่บ้านขนาดเล็กเหนือระดับน้ำทะเล ๗๑๒ เมตร ถูกเลือกให้เป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัย แต่กว่าจะตกลงปลงใจได้ เราก็ค้นคว้าหาข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอยู่หลายวัน

จนท้ายที่สุดญาติโยมก็มารับเราที่ความสูง ๑,๑๗๔ เมตรเหนือะดับน้ำทะเล อันเป็นที่ตั้งของวัดธรรมปาละ

ณ หมู่บ้านคันเดอร์สเตก เพียงครึ่งชั่วโมงรถยนต์ก็แล่นมาถึงลานจอดบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ แม้ว่าจะมีสินค้าให้ซื้อสะดวก แต่เราก็มิได้เข้าไปใช้บริการเพราะเตรียมอาหารกลางวันและน้ำดื่มมาจากวัดอย่างเต็มอัตรา มิหนำซ้ำญาติโยมชาวไทยอีสานใจดียังถวายแซนวิชทูน่าชิ้นใหญ่กับน้ำผลไม้มาเสริมอีกแรง หลังจาก

นัดหมายเวลาและจุดพบกันช่วงขากลับ เราก็เดินลััดเลาะขึ้นภูเขาเลียบไปตามแนวทะเลสาบทูเนอร์เซ

อากาศก่อนสิบนาฬิกาต้นฤดูใบไม้ผลิสดชื่นเกินคำบรรยาย ยิ่งเดินขึ้นที่สูงยิ่งสามารถสัมผัสสายลมแสงแดดได้ถนัดถนี่ ทุ่งหญ้าเขียวสดมีดอกไม้นานาสีสันเบ่งบานแทรกซึมอยู่ทั่วบริเวณ ดูเหมือนว่าดอกทิวลิปซึ่งมีก้านและใบแข็งแรงจะโดดเด่นเป็นพิเศษในช่วงเวลาระเริงเช่นนี้ เนื่องจากคณะสงฆ์ส่วนหนึ่งเดินทางไปประชุมที่ประเทศอังกฤษ สมาชิกร่วมหัวจมท้ายในวันนี้จึงมีเพียงสามชีวิตคือพระหนุ่มจากลุ่มแม่น้ำมูล

พระชาวเยอรมัน และอุบาสกชาวสวิส เมื่อย่ำเท้ามาถึงทางสองแพร่งซึ่งปรากฏป้ายบอกทิศ เราก็เกิดความลังเลสงสัยเพราะคิดแตกต่าง แต่ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจเดินร่วมทางกันต่อไป ฉันเล่าให้พระชาวเยอรมันฟังว่า

การจาริกรอนแรมของพระภิกษุสามเณรในเมืองไทยจะประสบเหตุการณ์เช่นนี้เสมอ คราวหนึ่งพระสองรูปออกเดินธุดงค์ด้วยกัน ระหว่างนั้นมีญาติโยมนำบุหรี่มาถวาย พระรูปหนึ่งเห็นว่าควรปฏิเสธเพราะคณะสงฆ์

วัดหนองป่าพงมีข้อวัตรปฏิบัติคือ “ห้ามสูบบุหรี่และเคี้ยวหมาก” แต่พระอีกรูปหนึ่งซึ่งมีพรรษามากกว่ากลับเสนอว่า เรารับเพื่อรักษาศรัทธาของเขาแล้วเอาไปให้ชาวบ้านที่อื่นก็ได้ เมื่อปฏิปทาไม่เสมอกันในที่สุดก็ต้องแยกทาง สิริระยะเวลาร่วมเดินธุดงค์เพียงครึ่งค่อนวัน!

คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าถัดไป

ความเห็น