ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ

0
51

ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่า คนส่วนใหญ่มักหันมาใส่ใจสุขภาพและให้ความสนใจเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น และ “เห็ดหลินจือ”  ก็ถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่คนนิยมใช้กันมากในปัจจุบัน เห็ดหลินจือ มีประวัติการใช้มายาวนานกว่า 2,000 ปี นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้ของจีน เป็นต้นมา  และถือได้ว่าเป็น “ราชันแห่งสมุนไพร”  เนื่องจากมีคุณประโยชน์มากมายหลายประการ  ซึ่งคนจีนในสมัยก่อนใช้เป็นยาอายุวัฒนะในการยืดอายุออกไปให้ยืนยาว  ใช้บำรุงร่างกายและใช้เป็นยารักษาโรค   ปัจจุบันมีการศึกษาค้นคว้าวิจัย  เห็ดหลินจือสายพันธุ์ที่มีคุณค่าทางยาและดีที่สุด คือ สายพันธุ์สีแดง  เพราะมีสารสำคัญกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ มีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด  เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ร่างกายมีภูมิต้านทานเพิ่มมากขึ้นและทำให้ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้  และยังมีสารสำคัญกลุ่มไตรเทอร์พีนอยด์ มีฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือด ยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด มีสารสำคัญของกรดกาโนเดอลิค- มีฤทธิ์ลดระดับความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญในกลุ่มเจอร์มาเนียม ที่สามารถช่วยขับสารพิษและปรับสมดุลในร่างกายได้ และทำให้ร่างกายนอนหลับได้ดีและสนิทมากขึ้นด้วย

เมื่อทราบถึงคุณประโยชน์และสรรพคุณอันล้ำค่าของเห็ดหลินจือแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงอยากที่จะหามารับประทานเพื่อดูแลสุขภาพกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ  แต่การเลือกรูปแบบในการรับประทานเพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุดก็มีความจำเป็นไม่แพ้กัน ดังนั้น เพื่อให้ร่างกายได้รับสารสำคัญของเห็ดหลินจือ เราจึงควรเลือกรับประทานเห็ดหลินจือแดงที่สกัดเข้มข้นผสมวิตามิน E และแร่ธาตุที่บรรจุอยู่ในเจลบรรจุในแคปซูลนิ่ม เพราะเทคโนเลยีเจลจะช่วยทำให้ดูดซึมสารสำคัญเข้าสู่ร่างกายได้ 80–100%   ใช้ระยะเวลา 5–15 นาที ซึ่งดีกว่าในรูปแบบผง ที่ดูดซึมได้ 10–50% ใช้ระยะเวลา 2-4 ชั่วโมงในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ฉะนั้นการเลือกรับประทานเห็ดหลินจือสกัดในรูปแบบเจล บรรจุในแคปซูลนิ่ม จึงช่วยให้ร่างกายได้รับสารสำคัญของเห็ดหลินจือแดงได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ

ที่สำคัญ ต้องดูด้วยว่ามีการขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อย่างถูกต้องตามกฏระเบียบข้อบังคับของทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และมีกระบวนการผลิตที่ได้รับรองมาตรฐานระดับสากล อันได้แก่ GMP  ISO 9001 และที่สำคัญคือการประกันคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค จากการบริโภคผลิตภัณฑ์  ซึ่งสังเกตได้จากเครื่องหมายตรารับรองเหล่านี้บนกล่องบรรจุภัณฑ์

ประโยชน์ของสารไตรเทอร์พีนอยด์
» เป็นพิษต่อเซลล์เนื้องอก (Toth et al. 1983)
» ลดภาวะไขมันในเลือดสูง (Liu et al. 1988) , (Komoda et al. 1989)
» ต้านการรวมตัวกันของเกล็ดเลือด (Wang et al. 1991)
» ป้องกันตับจากสารพิษ (Hirotani et al. 1986) , (Lin et al. 1991) , (Chen and Yu 1993)
» แก้ปวด (Kubota et al. 1982) , (Koyama et al. 1993)
» กระตุ้นการทำงานของหัวใจ (Hattori,1995)
» กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน (Luu et al., 1992), (Lindequist,1995)

• อาดีโนซิน (adenosine) (Shimizu et al. 1985) , (Kasahara et al. 1987)
เป็นสารที่มีโครงสร้างคล้าย DNA หรือ RNA ของเซลล์ร่างกาย เราเชื่อว่าอาดีโนซิน สามารถเข้าไปในเซลล์ที่ผิดปกติของร่างกาย และช่วยควบคุมไม่ให้เกิดเนื้องอก อาดีโนซีนเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์พลังของเซลล์ที่เรียกว่า ATP

ประโยชน์ของสารอาดีโนซิน
» คลายกล้ามเนื้อ แก้อาการปวด โดยเฉพาะอาการปวดไมเกรนจากความเครียด

• เยอร์มาเนียม (Germanium)
เป็นสารกึ่งตัวนำ จึงมีความสามารถเป็นสารสื่อประสาท หรือกระตุ้นระบบประสาทได้

ประโยชน์ของสารเยอร์มาเนียม
» เป็นแอนติอ็อกซิแดนต์ที่ดี สามารถขจัดอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของการเกิดเซลล์เนื้อร้าย
» เพิ่มการไหลเวียนเลือดและออกซิเจน (Liu et al. 1990)

•โปรตีน LZ-8 (Kino et al. 1989)

ประโยชน์โปรตีน LZ-8
» ต้านภาวะภูมิไวเกิน
» ต้านไวรัสตับอักเสบ B
» กระตุ้นภูมิคุ้มกัน

• กรดโอเลอิก (Oleic) และ Cyclooctasulphur (Tasaka et al. 1988)

ประโยชน์ของกรดโอเลอิก
» ยับยั้งการปล่อยสารก่อภูมิแพ้

• โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides)
เป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีโครงสร้างโมเลกุลที่ซับซ้อน สามารถละลายในน้ำได้ สารโพลีแซคคาไรด์เป็นสารสำคัญในเห็ดหลินจือที่จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกาย เช่น เบต้า-ดี กลูแคน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ควรทานคู่กับวิตามินซี จะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารเบต้า-ดี กลูแคน ได้ดียิ่งขึ้น เป็นต้น

สารโพลีแซคคาไรด์
» กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Mizuno,1992)
» ป้องกันตับหรือต้านพิษต่อตับ (Sohn et al. 1995)
» มีส่วนช่วยระบบน้ำตาลในเลือด (Hikino et al. 1985)
» ต้านการปล่อยสารก่อการแพ้ (Yang et al. 1995)
» มีส่วนช่วยป้องกันโรคหอบหืดและโรคผิวหนังติดต่อ

» เพิ่มปริมาณการใช้ออกซิเจน
» ต้านการเจริญเติบโตของเส้นเลือดฝอย (Cheng et al. 1986)

• ไตรเทอร์พีนอยด์ (Triterpenes)
เป็นกลุ่มสารอาหารประเภทกรดไขมัน ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่จะพบมากเป็นพิเศษในพืชบางชนิด มีรสขมเเละฝาด เเละประกอบด้วยสารประกอบทางยา 100 กว่าชนิด

ประโยชน์ของสารไตรเทอร์พีนอยด์
» เป็นพิษต่อเซลล์เนื้องอก (Toth et al. 1983)
» ลดภาวะไขมันในเลือดสูง (Liu et al. 1988) , (Komoda et al. 1989)
» ต้านการรวมตัวกันของเกล็ดเลือด (Wang et al. 1991)
» ป้องกันตับจากสารพิษ (Hirotani et al. 1986) , (Lin et al. 1991) , (Chen and Yu 1993)
» แก้ปวด (Kubota et al. 1982) , (Koyama et al. 1993)
» กระตุ้นการทำงานของหัวใจ (Hattori,1995)
» กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน (Luu et al., 1992), (Lindequist,1995)

เห็ดหลินจือสกัดในรูปแบบเจล บรรจุในแคปซูลนิ่ม ซึ่งดูดซึมได้ 80–100% ใช้เวลา 5–15 นาที ในการดูดซึมเข้าสู้ร่างกาย ซึ่งดีกว่าแบบผง ที่ดูดซึมได้ 10–50% ใช้เวลา 2-4 ชั่วโมงในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ช่วยให้เรารับประทานเห็ดหลินจือในปริมาณที่น้อยกว่าผลิตภัณฑ์อื่น 2-3 เท่า แต่ได้รับสารสำสัญที่มากกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ

เห็ดหลินจือ (Lingzhi) เป็นสมุนไพร ที่ใช้กันมานานกว่า 2,000 ปี นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้ เป็นต้นมา เห็ดหลินจือเป็นของหายากมีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน และได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ “เสินหนงเปินเฉ่า” ซึ่งเป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนมีคนนับถือมากที่สุด ได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” (Spiritual essence) มีพลังมหัศจรรย์ บำรุงร่างกายในการยืดอายุออกไปให้ยืนยาว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งชาวจีนโบราณต่างยกย่องเห็ดหลินจือว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน นอกจากจะมีสรรพคุณที่เป็นเลิศแล้วยังปลอดภัยและรับประทานได้ในระยะยาว ไม่เป็นพิษต่อร่างกายอีกด้วย

ในยุคปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ได้มีการศึกษาวิจัยค้นคว้าเห็ดหลินจือกันมากมายโดยใช้เทคนิคทางชีวภาพ(Biotechnology) ชั้นสูง ซึ่งทำให้ค้นพบได้ว่า เห็ดหลินจือมี100 กว่าสายพันธุ์ แต่ที่นิยมกันมากมีอยู่ 6 สายพันธุ์ ซึ่งมีสรรพคุณมากน้อยต่างกัน แบ่งตามสีของเห็ดหลินจือ คือ สีแดง ม่วง เหลือง ขาว ดำและเขียวกลุ่มที่มีงานวิจัยมากที่สุดคือสีแดง หรือ Ganodermalucidum (กาโนเดอร์ม่าลูซิดั่ม) ซึ่งพบว่ามีสารสำคัญทางยา คือสารโพลีแซกคาไรด์มากที่สุด จึงนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย จากผลงานวิจัยต่างๆทำให้พบว่ามีสารสำคัญอยู่มากมาย  เช่น  สารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides)
» กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Mizuno,1992)
» ป้องกันตับหรือต้านพิษต่อตับ (Sohn et al. 1995)
» มีส่วนช่วยระบบน้ำตาลในเลือด (Hikino et al. 1985)
» ต้านการปล่อยสารก่อการแพ้ (Yang et al. 1995)
» มีส่วนช่วยป้องกันโรคหอบหืดและโรคผิวหนังติดต่อ
» เพิ่มปริมาณการใช้ออกซิเจน
» ต้านการเจริญเติบโตของเส้นเลือดฝอย (Cheng et al. 1986)

สนับสนุนข้อมูลโดย

ความเห็น