6 วิธี กินโยเกิร์ตให้ผอมไว

0
14
กินโยเกิร์ตให้ผอมไว

6 วิธี กินโยเกิร์ตให้ผอมไว

กินโยเกิร์ตให้ผอมไว ไม่ใช่แค่การซื้อมากินแล้วหวังว่าน้ำหนักจะลด ยังมีรายละเอียดควรรู้ที่หากเราทำความเข้าใจกับอาหารชนิดนี้ จะพบว่ามีวิธีกินอย่างฉลาดที่ให้ผลลดหุ่นทันใจอยู่ค่ะ

  1. อ่านฉลาก ดูน้ำตาลก่อนกิน

เพราะน้ำตาลเป็นสาเหตุหนึ่งของความอ้วน ก่อนซื้อโยเกิร์ตจึงควรคำนึงถึงปริมาณน้ำตาลเป็นอันดับแรก โยเกิร์ตที่วางขายตามท้องตลาด 1 ถ้วย หนัก 140 กรัม มีปริมาณน้ำตาลตั้งแต่ 6 – 27 กรัม หากอ่านฉลากโภชนาการและสังเกตโยเกิร์ตหลากหลายรสชาติให้ดี จะพบว่าโยเกิร์ตรสธรรมชาติมีปริมาณ น้ำตาลต่ำสุด ส่วนโยเกิร์ตที่ปรุงแต่งกลิ่น รสต่างๆ เช่น รสผลไม้ จะมีปริมาณ น้ำตาลสูง

เพื่อความมั่นใจควรเปรียบเทียบ ปริมาณน้ำตาลในโยเกิร์ตก่อนซื้อ โดยอ่าน จากกรอบข้อมูลฉลากโภชนาการข้างถ้วย แนะวิธีอ่านปริมาณน้ำตาลเป็นช้อนชา โดยนำตัวเลขปริมาณน้ำตาลเป็นกรัม หาร ด้วย 5 จะทราบว่าโยเกิร์ตถ้วยนั้นมีปริมาณ น้ำตาลกี่ช้อนชา (คำนวณจากน้ำตาล 1 ช้อนชา หนัก 5 กรัม) เช่น ในฉลาก แสดงปริมาณน้ำตาล 25 กรัม แสดงว่า ในโยเกิร์ตถ้วยนั้นมีปริมาณน้ำตาลมากถึง 5 ช้อนชา

  1. เลือกโยเกิร์ตที่มีวิตามินดีสูง

วิตามินดีสำคัญต่อการดูดซึมแคลเซียม ฉะนั้น หากโยเกิร์ตมีแคลเซียมสูง แต่ ร่างกายได้รับวิตามินดีน้อย ร่างกายจึงไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้และทำให้ ไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอที่จะช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพให้แก่ระบบเผาผลาญและลดน้ำหนัก

ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาโยเกิร์ตเสริม วิตามินดีเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้ผู้บริโภค ซึ่งสามารถเลือกซื้อได้โดยสังเกตข้อความที่ระบุบนฉลากว่า มีวิตามินดีสูงหรือ วิตามินดีพลัส แม้ไม่เลือกกินโยเกิร์ตเสริมวิตามินดี ก็สามารถเสริมวิตามินดีเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมได้ง่ายๆ เพียงตื่นแต่เช้า ขยับแขนขารับแสงแดดยามเช้าตั้งแต่เวลา ประมาณ 6.00 น. – 10.00 น. หรือออกกำลังกายรับแสงแดดยามเย็นตั้งแต่เวลา 16.30 น. – 18.00 น. เป็นประจำทุกวัน เท่านี้ก็สามารถเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมจาก โยเกิร์ตและอาหารต่างๆที่เข้าสู่ร่างกายได้

กินโยเกิร์ต

  1. เติมเมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) ในโยเกิร์ต

เมล็ดแฟลกซ์หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายอาหาร สุขภาพ มีลักษณะคล้ายเมล็ดงา มีใยอาหารสูง 1 ช้อนโต๊ะ มีใยอาหารมากถึง 2 กรัม คิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการใน 1 วัน เมล็ดแฟลกซ์สามารถดูดซับน้ำและพองตัวได้ดี ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ทั้งช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระ ทำให้อุจจาระอ่อนตัว ช่วยเร่งให้ของเสียถูกขับถ่ายออกจากร่างกายเร็วขึ้น

ทั้งช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลโดยขัดขวางการดูดซึมของน้ำดี และยังเป็น อาหารให้จุลินทรีย์สุขภาพในโยเกิร์ตอีกด้วย จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลดระดับไขมันในเลือด และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันไปพร้อมกัน นอกจากนี้สามารถเพิ่มใยอาหารในโยเกิร์ตด้วย วิธีอื่น เช่น หั่นผลไม้สดเป็นชิ้นเล็กๆกินพร้อมกับ โยเกิร์ต หรือจะแช่แข็งผลไม้ก่อนเติมลงในโยเกิร์ต ก็ได้เช่นกัน

  1. กินโยเกิร์ต 3 ถ้วย

เน้นว่าควรกินโยเกิร์ตร่วมกับการควบคุมพลังงาน ในอาหาร การลดน้ำหนักจึงจะประสบผลสำเร็จ โยเกิร์ตช่วยลดน้ำหนักได้จริง ยืนยันโดยมหาวิทยาลัยเทนเนสซี (University of Tennessee) ประเทศสหรัฐอเมริกา ทีมวิจัยแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกกินโยเกิร์ตไร้ไขมัน (Fat-free yogurt) วันละ 3 ถ้วย (170 กรัม) ได้รับแคลเซียมประมาณ 1,100 มิลลิกรัม ส่วนกลุ่มที่สองให้กินอาหารชนิดอื่น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากนม ได้รับแคลเซียมวันละ 400 – 500 มิลลิกรัม

ทั้งนี้อาสาสมัครทั้งสองกลุ่มได้รับคำ แนะนำให้ลดการกินอาหาร เพื่อลดพลังงานลงจากเดิม 500 กิโลแคลอรีร่วมด้วย หลัง 12 สัปดาห์ กลุ่มที่กินโยเกิร์ตลดน้ำหนัก ได้มากกว่าอีกกลุ่ม 22 เปอร์เซ็นต์ ไขมันในร่างกายลดลงมากกว่า 61 เปอร์เซ็นต์ และที่น่าสนใจคือ สามารถช่วยลดไขมันบริเวณหน้าท้องได้มากกว่าถึง 81 เปอร์เซ็นต์ นักวิจัยอธิบายว่า แคลเซียมและโปรตีนในโยเกิร์ต มีส่วนสำคัญในการเผาผลาญและขจัดไขมันส่วนเกิน จึงช่วยลดน้ำหนักและไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย

  1. กินโยเกิร์ตเป็นมื้อว่าง

University of Washington ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำการทดลองโดยให้ชายและหญิง 32 คน กินอาหารสุขภาพยอดนิยม 4 ชนิด ได้แก่ โยเกิร์ต ชนิดถ้วยรสผลไม้ โยเกิร์ตพร้อมดื่มรสผลไม้ น้ำ ผลไม้ และนมแต่งกลิ่นผลไม้ ก่อนถึงมื้ออาหารหลัก ราว 4–5 ชั่วโมง เพื่อทดสอบว่า อาหารชนิดใดช่วยให้ อิ่มนานและบรรเทาความหิวได้ดีที่สุด หลังการทดลองหลายครั้ง พบว่า แม้อาหารว่าง แต่ละชนิดให้พลังงานเท่ากัน แต่โยเกิร์ตชนิดถ้วยรสผลไม้และโยเกิร์ตพร้อมดื่มรสผลไม้ช่วยให้อิ่มนานกว่า เมื่ออิ่มนาน การกินระหว่างมื้อจะลดลง ส่งผล ให้สามารถควบคุมปริมาณอาหารขณะลดน้ำหนักได้ ง่ายขึ้น

กินโยเกิร์ต

  1. อย่าไว้ใจโยเกิร์ตไขมันต่ำ

ฉลากไขมันต่ำมีผลด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภค เพราะคำว่า “ไขมันต่ำ” ทำให้รู้สึกว่าแม้จะกินมาก ก็ไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม หน่วยปฏิบัติการวิจัยด้านอาหารและตราสินค้า จาก Cornell University ประเทศสหรัฐอเมริกา เตือนไม่ให้วางใจอาหารที่แสดงฉลากไขมันต่ำ

เพราะผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า มีผลจูงใจให้คนกินอาหาร เหล่านั้นเพิ่มขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และอาจกินจนได้รับพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 84 กิโลแคลอรี ความไว้วางใจทำให้ผู้บริโภคลืมสังเกตปริมาณน้ำตาลที่ระบุบนฉลาก โดยมีหลายผลิตภัณฑ์ที่แสดงฉลากไขมันต่ำ แต่มีปริมาณน้ำตาลสูงและให้พลังงานสูง ทางที่ดีควรอ่านฉลากโภชนาการโดยเน้นปริมาณน้ำตาลและพลังงานในโยเกิร์ตเป็นหลัก หากต้อง เปรียบเทียบระหว่างสองผลิตภัณฑ์ ควรอ่านจากกรอบข้อมูลฉลากโภชนาการข้างถ้วย และเลือก ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลและพลังงานต่ำกว่า

หากปฏิบัติตามเคล็ดลับลดอ้วนด้วยโยเกิร์ตแล้ว ได้ผลอย่างไร อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังให้ผู้เขียนได้ชื่นใจ นะคะ

(สนับสนุนข้อมูล : คอลัมน์ ชีวจิต+ นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 361)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

โยเกิร์ตผลไม้หลากสี มื้อคลีนอร่อยทำง่ายได้ประโยชน์

6 เคล็ดลับ ลดความอ้วนด้วยโยเกิร์ต

ความเห็น