6 สัญญาณเตือน หรือว่าเราจะเป็นโรคซึมเศร้า

0
11
6 สัญญาณเตือน

6 สัญญาณเตือน หรือว่าเราจะเป็นโรคซึมเศร้า

จริงๆ แล้ว “ความเศร้า” เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ทุกคน สามารถถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยหลายอย่าง แต่ “โรคซึมเศร้า” มีสาเหตุหลักมาจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม และสถานการณ์ที่เจอในแต่ละวัน จัดเป็นโรคจิตเวชประเภทหนึ่ง ซึ่งส่งผลต่อร่างกาย ความคิด รวมถึงการดำเนินชีวิตประจำวัน เมื่อดูจากภายนอกแล้ว อาการที่เห็นใกล้เคียงกับอาการเศร้าทั่วไป แต่ผลกระทบนั้นรุนแรงกว่ามาก

ปกติคนเราจะมีอารมณ์ขึ้นลงอยู่แล้ว หากเกิดภาวะซึมเศร้าจะทำให้เราสูญเสียการควบคุมอารมณ์ นำไปสู่การทำร้าย
ผู้อื่น และการฆ่าตัวตาย โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่กรมอนามัยโลกประเมินว่าอีกไม่เกิน 5 ปี จะกลายเป็นโรคร้ายแรงที่
คร่าชีวิตผู้คนมากมาย เป็นอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนอ่อนแอ และ
ไม่ได้ถูกจัดว่าเป็นคนบ้า แต่เป็นผู้ป่วยทางอารมณ์ที่ควรได้รับการรักษา และน้อยมากที่ผู้ป่วยจะแสดงอาการให้คนทั่วไปได้เห็น ดังนั้นเราลองมาสังเกต 6 สัญญาณเตือน ของโรคนี้กันดีกว่าค่ะ  เพื่อป้องกันไม่ให้โรคซึมเศร้ามาเยือนคุณและคนรอบข้าง

  1. อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป

บางคนที่ป่วยโรคซึมเศร้า เมื่ออยู่กับเพื่อน หรืออยู่กับครอบครัวก็จะปกติ ไม่มีอาการบ่งบอกว่าเป็นผู้ป่วย แต่เมื่ออยู่
คนเดียว มักจะมีความคิดและความรู้สึกที่ดิ่งลง ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอารมณ์เศร้าที่หนักและยาวนานกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจมากๆ เช่น การสูญเสียคนรัก การสูญเสียสิ่งที่เป็นความหมายของชีวิต และความผิดหวัง อาจทำให้มีอารมณ์หดหู่ ร้องไห้บ่อย มีความวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย สะเทือนใจง่าย ถ้าอารมณ์เหล่านั้นเป็นอยู่นานโดยไม่ดีขึ้น หรือรุนแรงขึ้น ก็อาจจะเข้าข่ายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้

คนที่อยู่ในสภาวะเศร้าแค่ชั่วคราว ไม่ได้ถูกจัดว่าเป็นโรคซึมเศร้า เช่น คุณแม่มือใหม่ที่มักพบเจออาการเศร้า หรือที่เรียกว่า ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ภาวะนี้เป็นเพียงความเศร้าแบบชั่วคราวเท่านั้น และจะดีขึ้นในระยะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ มีสาเหตุมาจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงฉับพลัน ทำให้มีอาการหงุดหงิด รำคาญ ร้องไห้ง่าย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ รู้สึกผิดที่มีลูก ไม่สนใจในการดูแลลูก ส่งผลให้คุณแม่ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกน้อยได้ บางคนมีอาการเศร้าๆ ซึมๆ แต่เมื่อได้พบเจอเพื่อนก็ทำให้ลืมอาการเศร้าเหล่านั้นไปได้ หากคุณฟื้นตัวจากความเศร้าได้เร็ว นั่นหมายความว่า
คุณไม่ใช่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าแน่นอน

  1. ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

การที่ประสิทธิภาพในการทำงานจะลดลงนั้นขึ้นอยู่กับหลายสาเหตุ เช่น ไม่มีสมาธิ ทำงานร่วมกับผู้อื่นไม่ได้ และร่างกายอ่อนเพลีย ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะมีจิตใจเหม่อลอยไม่อยู่กับตัวเอง สมาธิสั้น ทำกิจกรรมอะไรได้ไม่นาน อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ยิ่งอ่านเยอะยิ่งจำไม่ได้ ทำงานที่ละเอียดไม่ได้ มีความรับผิดชอบน้อยลง ทำงานผิดๆ ถูกๆ ขาดงานบ่อย ชอบแยกตัวออกมาอยู่คนเดียว ไม่อยากพูดจากับใคร ไม่มีพลังในการทำงาน ไร้มนุษยสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกับคนอื่น และขาดความสามารถในการแก้ปัญหาและตัดสินใจ เช่น ไม่กล้าแก้ปัญหา ไม่รู้จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร ไม่กล้านำปัญหาที่มีไปปรึกษาใคร เพราะคิดไปเองว่าไม่มีใครรับฟัง กลัวคนรอบข้างมองว่าการที่ตัวเองแก้ปัญหาไม่ได้นั้น เป็นเรื่องที่แย่ โรคนี้ส่งผลกระทบกับหน้าที่การงานอย่างมาก ทำให้บางคนอาจถึงขั้นถูกไล่ออกจากงานได้

  1. พฤติกรรมการนอนเปลี่ยนไป

ในขณะที่เรานอนหลับสมองจะผลิตฮอร์โมนที่มีชื่อว่า เมลาโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้เราง่วงนอนตามเวลาที่เราควรจะนอน ฮอร์โมนตัวนี้เป็นสารตั้งต้นของสารสื่อประสาทชื่อ ซีโรโทนิน ทำหน้าที่ควบคุมการแสดงออกทางอารมณ์ ถ้าเกิดภาวะเครียดซีโรโทนินก็จะลดลงส่งผลให้รู้สึกหงุดหงิด และนอนไม่หลับ ส่วนใหญ่คนที่มีภาวะนอนไม่หลับเรื้อรังมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าคนนอนหลับได้ปกติถึง 4 เท่า

พฤติกรรมนอนไม่หลับเป็นอีกหนึ่งผลกระทบที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เพราะผู้ป่วยจะทำงานไม่เต็มที่ เนื่องจากนอนไม่เต็มอิ่ม หรือบางคนอาจหลับมากเกินไป แต่ส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอาจไม่ถึงขั้นนอนไม่หลับ แต่จะเป็นอาการหลับไม่สนิท หรือหลับไปแล้วตื่นมากลางดึกอาจหลับต่อไม่ได้ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ คือการหลับสนิทอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน เพื่อให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิตของร่างกาย

อ่านต่อหน้าถัดไป

ความเห็น