เช็ก สมุนไพรไทย ห้ามกินเป็นอาหาร

0
18
สมุนไพรไทย

เช็ก สมุนไพรไทย ห้ามกินเป็นอาหาร

การกิน สมุนไพรไทย เป็นอาหาร ถ้ากินผิด กินถูก หรือกินในสิ่งที่ไม่ควรกินก็จะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ออกฤทธิ์ทันทีทันใด แต่การกินติดต่อกันเป็นเวลานานจะเป็นสะสมในร่างกาย

“กินอาหารเป็นยา” วาทกรรมยอดฮิตที่ติดหูใครๆหลายคน แต่ใช่ว่าจะกินอาหารทุกชนิดจะเป็นยานะครับ มันก็มีบางชนิดที่ห้ามกินเหมือนกัน

ถ้าเป็นแพทย์แผนไทยการกินสมุนไพรหรือยาสมุนไพร ที่ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้สมดุลของธาตุในร่างกายเปลี่ยนแปลงได้ เช่น

  • ความร้อนสะสมมากไปก็จะทำให้ ภายในร่างกายร้อน มีไข้ เป็นแผลร้อนใน
  • ความเย็นสะสมมาก ทำให้ภายในร่างกายเย็น ซีดเหลือง มีอาการเหน็บชา ท้องอืดได้
  • ลมสะสมในร่างกายมากเกินไป ทำให้เรอ ผายลมตลอดเวลา ร้ายแรงสุดก็ทำให้เป็นอัมพาตได้

ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน การกินติดต่อกันเป็นเวลานาน จะกลายเป็นภาระในการทำงานของไต  มีความเป็นพิษต่อตับ ระบบเลือด เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้

สมุนไพรที่ห้ามกินเป็นอาหาร ให้กินได้ก็ต่อเมื่อมีอาการเจ็บป่วย หรือรักษาโรคได้เท่านั้น มีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลยนะครับ

ซึ่งผมจะคัดมาเฉพาะตัวหลักๆที่คนทั่วไปนิยมกินกันบ่อยๆ และฮิตติดเทรนด์ หารู้ไม่ว่าถ้ากินติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำอันตรายต่อชีวิตได้ ดังนี้

  1. รางจืด รางจืดเป็นยาเย็น ไม่แนะนำให้กินติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร และเครื่องดื่ม ซึ่งอย.เคยออกมาเตือนแล้วด้วย เพราะมีเจ้าของผลิตภัณฑ์หัวใสต้องการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่ม  ดังนั้นให้กินได้เฉพาะเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น เช่น ลดไข้ ถอนพิษ แก้ร้อนใน

รางจืด

  1. หญ้านวดแมว เป็นสมุนไพรรสจืด มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ในคนที่เป็นนิ่วก้อนเล็กๆในไต ถ้านำมากินเป็นอาหารบ่อยๆจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น ทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น ตัวยาที่กินเข้าไปอาจถูกขับออกมาหมด รวมไปถึงสารอิเล็กโทรไลต์ต่างๆในร่างกายด้วย
  2. กวาวเครือ สมุนไพรที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโทรเจน ใครที่กินเป็นอาหารเป็นเวลานานเพื่อหวังให้มีหน้าอกตูม เอวขอด สะโพกบึ้ม ต้องคิดให้ดีๆ เพราะหากมีการรับเข้าไป สะสมในร่างกายในปริมาณที่สูง จะทำให่สมดุลฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะจะก่อให้เป็นโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านม

กวาวเครือ

  1. ถั่วเหลือง โดยเฉพาะสารสกัดจากถั่วเหลืองที่ต้องการผลการรักกษาจากสารไอโซฟลาโวน ซึ่งเป็นสารเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติ คล้ายกับกวาวเครือ หรือสารฮอรโมนเอสโทรเจน  ดังนั้นไม่ควรกินเป็นอาหารเชียวละ

ฟ้าทะลายโจร

  1. ฟ้าทะลายโจร เป็นยารสเย็น การนำมากินเป็นอาหารประจำๆนั้นต้องระวัง หรือแม้กระทั้งกินติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ถึงแม้มีงานวิจัย ระบุว่า ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกายก็ตาม แต่ถึงอย่างไรเสียก็ไม่แนะนำให้กิน ในปริมาณที่เยอะๆ และติดต่อกันมาก ควรกินเฉาะเมื่อมีอาการไอ เจ็บคอ หรือมีไข้ เท่านั้น เช่น กินปริมาณ 250-500 มิลลิกรัม ทุกๆ 4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ

 

ทั้งหมดเป็นเพียงแค่ยาสมุนไพรที่กินกันบ่อยๆนะครับ แต่ยังมีอีกหลายตัวมากที่ต้องระมัดระวังในการกิน แล้วผมจะคอยอัพเดทให้ทุกคนนะครับ

          ท้ายสุดยา ก็คือยานะครับ ไม่ว่าจะเป็นยาสมุนไพร หรือยาแผนปัจจุบัน ก็ส่งผลต่อร่างทั้งสิ้น หากใช้ไม่ระมัดระวัง หรือใช้เกินความจำเป็น ในทางที่ดีควรกินให้มีความหลากหลาย และสมดุลดีกว่านะครับ


บทความน่าสนใจอื่นๆ

4 อันดับสมุนไพรรักษาโรคผิวหนัง เริม และงูสวัด

4 อันดับ สมุนไพรไทยตัวท็อป ลดไข้ กินง่าย หายไว

วิธีลดอาการปวดหลัง โรคออฟฟิศซินโดรม

ความเห็น