สุขภาพดีได้ ให้ “ไลโคปีน” ช่วย

0
21555

ทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับมลพิษและรังสีต่างๆ โดยเฉพาะรังสีUV  ที่เป็นภัยต่อร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ กินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ แถมยังต้องแบกรับความเครียดอยู่เสมอ ส่งผลให้ร่างกายได้รับสารอนุมูลอิสระมากจนเกินไป ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คนยุคใหม่ต้องหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสารสำคัญอย่าง “ไลโคปีน” นับว่าเป็นตัวช่วยชั้นดีที่จะชะลอการเสื่อมสภาพของร่างกาย และต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ได้

คนรักสุขภาพและรักความสวยความงามส่วนใหญ่คงจะคุ้นชื่อ “ไลโคปีน” อยู่บ้าง เพราะสารตัวนี้มีคุณสมบัติมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  1. ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของสารไลโคปีน ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้ผิวขาวใสขึ้นได้
  2. ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวทำลายภูมิคุ้มกันและเซลล์ต่างๆ ทำให้เกิดการเสื่อมถอยของร่างกาย และทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร
  3. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งเต้านม

น่าเสียดายที่ร่างกายของเราไม่สามารถผลิตไลโคปีนเองได้ เราจึงจำเป็นต้องกินอาหารที่มีสารไลโคปีนเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ซึ่งไลโคปีนสามารถพบได้ในผักและผลไม้ที่ให้สารสีแดง อย่างแตงโม ฝรั่งเนื้อแดง พริกแดง โดยเฉพาะมะเขือเทศที่หลายๆ คนรู้จักกันดีว่าสามารถพบไลโคปีนได้มากกว่าผักและผลไม้ชนิดอื่นๆ

ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาผักและผลไม้ที่เป็นแหล่งไลโคปีนชั้นยอด ดูเหมือนว่าเจ้ามะเขือเทศนี้จะสามารถตอบโจทย์คุณได้มากที่สุด แต่ถ้าใครไม่คุ้นชินกับกลิ่นและรสชาติของมะเขือเทศสดหรือน้ำมะเขือเทศ แต่ยังอยากได้ไลโคปีนในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย “ซอสมะเขือเทศ” ก็นับเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจตั้งคำถามว่า การรับประทานซอสมะเขือเทศจะได้รับไลโคปีนเทียบเท่ากับมะเขือเทศสดๆ จริงหรือ ความจริงแล้วการรับประทานซอสมะเขือเทศจะได้รับไลโคปีนมากกว่าการรับประทานมะเขือเทศสด เนื่องจากความร้อนในกระบวนการผลิตซอสมะเขือเทศจะทำให้ไลโคปีนที่อยู่ในเนื้อเยื่อของมะเขือเทศถูกปลดปล่อยออกมาได้ดีกว่า เมื่อรับประทานซอสมะเขือเทศเข้าไปร่างกายจึงสามารถดูดซึมสารไลโคปีนได้ดีกว่า

และยิ่งเป็น “ซอสมะเขือเทศโรซ่า ไลโคปีน” ที่มีปริมาณสารไลโคปีนมากกว่าสูตรปกติ ถึง 3.5 เท่า ด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้เราได้รับสารไลโคปีนไปเต็มๆ โดยซอสมะเขือเทศโรซ่า ไลโคปีน เพียง 1 ช้อนโต๊ะ มีไลโคปีนถึง 3.36 มก. หรือเทียบเท่ากับไลโคปีนในมะเขือเทศ 1 ลูก เรียกได้ว่า แค่เรากินซอสมะเขือเทศ โรซ่า ไลโคปีน เพียงวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ก็จะได้รับปริมาณไลโคปีนเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการต่อวันแล้ว

 

สงสัยใช่ไหมว่า เราจะกินซอสมะเขือเทศอย่างไรให้ได้ทุกวันโดยไม่เบื่อกันไปเสียก่อน ที่จริงแล้วซอสมะเขือเทศโรซ่า ไลโคปีน ไม่ได้เป็นแค่เพียงซอสจิ้มอย่างเดียวเท่านั้น แต่ซอสมะเขือเทศโรซ่า ไลโคปีน เป็นซอสเพื่อสุขภาพ ที่ไม่ใส่น้ำตาลและเครื่องเทศ จึงสามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้ความอร่อย แถมได้ประโยชน์ อย่างเช่น เมนู “แซนด์วิชไข่ลาวาชมพู” นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มสุขภาพดับร้อน อย่าง “โซดาไลโคปีนคลายร้อน” ได้อีกด้วย ใครอยากลองทำอาหารสุขภาพทานง่าย จาก  ซอสมะเขือเทศโรซ่า ไลโคปีน สามารถติดตามสูตรอาหาร ได้ที่ www.rozalycopene.com/recipe

ในเมื่อไลโคปีนมีประโยชน์ขนาดนี้ อย่าลืมหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการเลือกกินอาหารที่มีไลโคปีนเพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ รวมถึงป้องกันการเกิดโรคร้ายต่างๆ กันด้วยนะคะ ซอสมะเขือเทศ โรซ่า ไลโคปีน มีวางจำหน่ายแล้วที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าชั้นนำทั่วไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
(http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/155/อาหารหลากสีมีประโยชน์หลากหลาย(ตอนที่4):สารเคมีที่มีประโยชน์จากผักผลไม้ที่มีสีเหลืองและสีส้ม/)
(http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/275/มะเขือเทศกับไลโคพีน/)(http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/1/ประโยชน์-มะเขือเทศ-ไลโคปีน-lycopene/)

ความเห็น