แวะชิมอาหารอร่อย บรรยากาศดี ที่จ.สมุทรสาคร แล้วจะรู้ว่าที่นี่มีดีไม่แพ้ที่อื่น

0
12

วันนี้เราจะพาไปเที่ยวกันที่ จ.สมุทรสาคร สถานที่ชื่นใจที่ต้องบอกว่าอยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากๆ เดินทางไม่เหนื่อยแถมยังประหยัดเวลา และที่จังหวัดเล็กๆ แห่งนี้ที่หลายคนอาจมองข้ามเพราะเห็นเป็นเพียงแค่ทางผ่านไปยังจังหวัดอื่นๆ ลองแวะเที่ยวสักนิด แล้วจะรู้ว่าที่นี่ยังมีของดีอยู่อีกมากมายค่ะ

ที่นี่มีเรื่องราวความเกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์มากมายเลยค่ะ และที่แรกที่เราจะพาไปเที่ยวกันก็คือศาลพันท้ายนรสิงห์ในช่วงวันหยุดที่นี่จะคึกคักมากเป็นพิเศษเลยล่ะค่ะ บริเวณศาลแห่งนี้นอกจากรูปจำลองของพ่อพันท้ายนรสิงห์ที่นักท่องเที่ยวนั้นจะได้เข้ามากราบไหว้ขอพรกันแล้ว พื้นที่รอบๆ นั้นยังมีสถานที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ รวมไปถึงอาคารเรือโบราณที่มีอายุกว่า 300 ปี ซึ่งเรือโบราณนี้มีขนาดใหญ่มากความยาวเกือบ 20 เมตร ชาวบ้านเชื่อว่าเรือลำนี้อาจเป็นเรือในขบวนเสด็จ หรืออาจจะเป็นเรือลำเลียงทหารในอดีตนั่นเองค่ะ

นอกจากอาคารเรือโบราณอายุกว่า 300 ปีแล้ว ที่ศาลพันท้ายนรสิงห์นั้นยังมีสถานที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อีกมากมาย เช่น ศาลาหุ่นจำลอง เป็นศาลาที่มีรูปปั้นจำลองเหตุการณ์เมื่อครั้งที่พันท้ายนรสิงห์ถูกพระเจ้าเสือสั่งประหารชีวิตค่ะ ซึ่งหากใครอยากรู้เรื่องราวของประวัติศาสตร์เรื่องนี้ก็สามารถมาศึกษาได้ที่นี่ค่ะ

จุดต่อมาคือจุดหลักประหารพันท้ายนรสิงห์ซึ่งขุดพบขึ้นมาพร้อมกับหัวเรือพระที่นั่งเอกชัยสองสิ่งนี้จมอยู่ในน้ำคู่กัน โดยที่นี่จะมีทั้งหลักประหารจริงๆ และหลักประหารจำลองไว้ให้ดูกันด้วยค่ะ และทุกๆ วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่นี่จะมีตลาดน้ำด้วยนะคะชื่อว่าตลาดน้ำริมคลองศาลพันท้าย โดยของที่นำมาขายส่วนใหญ่จะเป็นของดีของสมุทรสาครอย่างของแห้ง ปลาเค็ม กะปิ และของสดอย่างปูม้า และอาหารทะเลด้วยค่ะ

นอกจากตลาดน้ำริมคลองพ่อพันท้ายแล้วบริเวณไม่ไกลกันยังมีอีกหนึ่งตลาดน้ำ นั่นก็คือตลาดน้ำคลองโคกขามซึ่งการเดินทางนั้นเราสามารถไปได้ทั้งทางรถยนต์หรือทางน้ำ ซึ่งสามารถไปขึ้นเรือได้บริเวณท่าน้ำศาลพันท้ายนรสิงห์ โดยมีค่าบริการคนละ 50 บาทค่ะ คลองที่เราจะนั่งเรือไปนี้เป็นคลองโคกขามที่ขุดขึ้นมาใหม่ ซึ่งในอดีตนอกจากคลองนี้จะคดเคี้ยวและมีขนาดเล็กแล้ว ปัจจุบันมีความตื้นเขินและมีการปรับเส้นทางใหม่ และตอนนี้ก็ไม่ได้ใช้เป็นเส้นทางสัญจรหลัก แต่ก็ยังมีคลองนี้ให้เราได้เห็นกันอยู่ค่ะ

เมื่อล่องเรือมาขึ้นฝั่งตรงท่าเรือโคกขาม ก่อนที่เราจะไปหาของอร่อยๆ กินกัน เราก็จะแวะไหว้พระกันก่อนที่วัดโคกขาม โดยเราจะไปกันที่โบสถ์มหาอุตม์หลังเก่าที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ด้านในของโบสถ์นี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธสิหิงค์ค่ะ ซึ่งพระพุทธสิหิงค์องค์นี้ถือว่าเป็นหนึ่งในสี่องค์ที่มีอยู่ในประเทศไทยค่ะ

หลังจากที่เราไหว้พระขอพรกันไปแล้ว เราจะพาไปกันที่ตลาดน้ำโคกขามค่ะ เสน่ห์ของที่นี่ถึงแม้ว่าจะเป็นตลาดเล็กๆ แต่ของที่จำหน่ายในตลาดนั้นมีมากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นของที่มีในชุมชน โดยเฉพาะขนมที่นี่ขอบอกว่าหาทานที่อื่นได้ยากมากๆ เลยล่ะค่ะ อย่างลอดช่องชะคราม ไอศครีมชะคราม วุ้นชะคราม น้ำสมุนไพรใบชะคราม ที่มีทั้งความอร่อยแถมยังดีต่อสุขภาพด้วยค่ะ ชาวบ้านที่นี่เค้าจะเอาของที่มีในท้องถิ่นอย่างใบชะครามมาแปรรูปเป็นอาหารและขนม สร้างจุดเด่นให้กับสินค้านั่นเองค่ะ และใครที่อยากมาลองหาขนมและอาหารอร่อยๆ ที่ทำจากใบชะครามก็สามารถมาที่นี่ได้เลยนะคะ จะเปิดให้บริการทุกวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00-15.00 น. ค่ะ

จังหวัดสมุทรสาครนั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีการทำนาเกลือกันมานาน โดยเฉพาะที่ตำบลบางกระเจ้า และตำบลนี้ก็ยังอยู่ติดทะเลทำให้นอกจากการทำนาเกลือแล้วชาวบ้านในชุมชนนั้นยังมีอาชีพหลักคือการทำประมงพื้นบ้านและแปรรูปอาหารทะเลค่ะ และสถานที่ต่อไปที่เราจะไปเยี่ยมชมกันนั้นก็คือกลุ่มเรือประมงต๊อกแต๊กที่เกิดจากการรวมตัวกันของชาวประมงในพื้นที่ของตำบลบางกระเจ้า

การเดินทางมาที่ตำบลบางกระเจ้านี้เราจะใช้เส้นทางถนนพระราม 2 มุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเมื่อขับตรงมาตามทางจนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนมาแล้ว เมื่อลงสะพานให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยถนนตำบลท่าจีน จากนั้นวิ่งตรงไปอีก 2 กิโลครึ่ง จากนั้นก็เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนน 2020 แล้ววิ่งไปอีกประมาณ 8 กิโลครึ่ง ก็จะถึงร้านเดือนโต๊ะเดียวร้านที่ทำหน้าที่รวบรวมสินค้าของกลุ่มเรือประมงต๊อกแต๊กนั่นเองค่ะ มาถึงร้านนี้จะเห็นสินค้ามากมายโดยเฉพาะอาหารทะเลสดๆ อย่างปูดำหอยพิม ปลากระบอก ปลาทราย ปลากะพง กุ้ง และหอยแครงค่ะ แต่ละชนิดมีความสดมากๆ เลยค่ะ

ร้านเดือนโต๊ะเดียวนี้เป็นร้านที่จะรับซื้ออาหารทะเลสดๆ จากชาวบ้านและสมาชิกในกลุ่มเรือประมงต๊อกแต๊ก ซึ่งชื่อกลุ่มเรือต๊อกแต๊กก็มาจากชื่อเรือขนาดเล็กที่ชาวบ้านใช้ออกหาสัตว์น้ำ รวมไปถึงใช้ในการหาเคยเพื่อนำมาทำกะปิด้วยล่ะค่ะ ซึ่งกะปิเคยแท้ๆ ที่ร้านเดือนโต๊ะเดียวนี้สีสันจะน่ากินมากๆ เพราะใช้เคยแท้ๆ ในการทำเรียกว่าเห็นตัวเคยชัดๆ เลยล่ะค่ะ เป็นกะปิเคยแท้ๆ คุณภาพดีมากๆ เลยค่ะ

เราได้เห็นกะปิเคยแท้ๆ กันแล้ว ทีนี้เราจะไปดูชาวบ้านเค้าช้อนเคยกันค่ะ ซึ่งชาวบ้านที่นี่บอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เคยกำลังเยอะเลยค่ะ ระหว่างที่เราแล่นเรือออกมาก็จะเห็นเรือของชาวบ้านที่ทยอยออกมาหาเคยกันบ้างแล้วหลายลำเลยค่ะ โดยจะมีอุปกรณ์รุนเคยอยู่บนเรือ ซึ่งนอกจากเคยที่รุนมาได้แล้ว ยังมีปลา ปู แมงกะพรุน ติดมากับที่รุนเคยเป็นของแถมด้วยล่ะค่ะ

เมื่อชาวบ้านรุนเคยขึ้นมาแล้ว เราจะได้เห็นเคยสดๆ จำนวนมากน่าตาก็คล้ายๆ กับกุ้งฝอยนี่ล่ะค่ะ แต่ตัวจะเล็กกว่า และมีจำนวนมากมาย ซึ่งเคยสดๆ ก่อนที่จะนำมาทำกะปิจะต้องนำมาคลุกเคล้ากับเกลือแล้วหมักทิ้งเอาไว้ข้ามคืน ก่อนที่จะนำมาตากในวันถัดไปค่ะ ซึ่งการทำกะปิเคยของชาวบ้านของจังหวัดสมุทรสาครนั้นต้องบอกว่าทำกันแทบทุกบ้าน ซึ่งบางบ้านนั้นทั้งหาเคยเอามาทำกะปิเอง แต่บางบ้านก็จะแค่หาเคยสดๆและนำไปขายเพื่อทำกะปิเท่านั้นเองค่ะ

เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชุมชนที่ทำกะปิเคยด้วยล่ะค่ะ ที่นี่จะรับซื้อเคยจากชาวบ้านเพื่อนำมาทำเป็นกะปิออกจำหน่าย โดยจะนำเคยแห้งไปโม่เพื่อทำกะปิ เมื่อเคยตากแห้งถูกโม่บดออกมาจะได้กะปิน่าตาน่ารับประทานทีเดียว สีสันสวยงามน่ากินมากๆ เลยค่ะ ซึ่งเมื่อนำไปอัดใส่กระปุกสีของกะปิเคยนี้จะเข้มขึ้นเรื่อยๆ เองค่ะ และกลิ่นก็จะหอมขึ้นเรื่อยๆ ด้วยค่ะ

การที่จะรู้ว่ากะปินั้นอร่อยขนาดไหนก็เห็นทีจะต้องลองชิมกันล่ะค่ะ ซึ่งที่ร้านเดือนโต๊ะเดียวนี้นอกจากขายอาหารทะเลสดๆ แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถที่จะสั่งอาหารที่ร้านทานได้ด้วยค่ะ ว่าแล้วพี่เดือนเจ้าของร้านก็ทำอาหารจากกะปิให้เราได้ชิมกันด้วย ขอบอกว่าอาหารที่ทำนั้นอร่อยทุกอย่างเลยค่ะ เพราะได้กะปิคุณภาพดีที่ผลิตในชุมชนมาเป็นส่วนผสมเรียกว่าสุดยอดเลยค่ะ

นอกเหนือจากตัวกะปิที่ชาวบ้านอยากจะปรับรูปแบบให้น่ารับประมานง่ายขั้น รูปแบบของแพ็คเกจจิ้งก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้สินค้าน่าซื้อมากขึ้น โดยโลโก้หรือสติ๊กเกอร์ที่ติดบนแพ็คเกจจิ้งนั้นชาวบ้านยังไม่ได้ทำขึ้นมา ดังนั้นสิ่งนี้จะเป็นภาระกิจที่เราจะมาช่วยชาวบ้านกันค่ะ โดยเราจะช่วยกันทำสติ๊กเกอร์ที่สามารถบอกหรืออธิบายสินค้าได้ครอบคลุมมากที่สุด โดยเราจะนำโจทย์นี้ไปให้กูรูของเราออกแบบเพื่อมาให้ชุมชนได้เลือกว่าจะถูกใจแบบไหนค่ะ

ระหว่างที่เราให้โจทย์กับกูรูของเราออกแบบโลโก้บรรจุภัณฑ์แล้ว เราจะไปรู้จักกับของดีอีกหนึ่งอย่างของจังหวัดสมุทรสาครกัน ซึ่งสถานที่ที่จะไปกันก็คือ อำเภอบ้านแพ้ว ค่ะ หากเราใช้เส้นทางถนนสายบ้านแพ้วพระประโทนสิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนนั้นก็คือร้านขายมะพร้าวน้ำหอมที่เรียงรายกันตลอดสองข้างทางค่ะ ร้านเหล่านี้นอกจากจะขายมะพร้าวน้ำหอมสดๆ ทั้งปลีกและส่งแล้วยังมีมะพร้าวน้ำหอมเผาซึ่งก็เผากันแบบสดๆ ช่นกันล่ะค่ะ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ จากมะพร้าวน้ำหอมรวมไปถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ จากมะพร้าวก็มีจำหน่ายที่ร้านค้าเหล่านี้ด้วยล่ะค่ะ

นอกจากสมุทรสาครจะขึ้นชื่อเรื่องของการทำประมงแล้ว พืชเศรษฐกิจอย่างมะพร้าวนั้นก็ถือว่ามีความสำคัญ โดยที่อำเภอบ้านแพ้วที่เป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมเยอะที่สุดของจังหวัดสมุทรสาคร โดยเราจะไปเยี่ยมชมสวนมะพร้าวของคุณลุงบุญลอย ทรัพย์มา ที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมมากว่า 40 ปี สวนมะพร้าวน้ำหอมของลุงบุญลอยนี้จะปลูกมะพร้าวน้ำหอมก้นจีบ ที่มีลักษณะพิเศษตรงที่เวลาปอกออกมานอกจากความหอมอร่อยแล้วจะได้รูปทรงที่สวยงามอีกด้วยค่ะ และจากการอำเภอบ้านแพ้วนี้เป็นสถานที่ที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมมากที่สุดในจังหวัดสมุทรสาคร และด้วยลักษณะพิเศษที่มีทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ทำให้มะพร้าวน้ำหอมของบ้านแพ้วนั้นมีรสชาติดีและเป็นที่นิยมของตลาดค่ะ

ที่สวนมะพร้าวของลุงบุญลอยนอกจากจะปลูกมะพร้าวน้ำหอมไว้จำหน่ายแล้ว ที่นี่ยังเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มผลผลิตมะพร้าวน้ำหอม และการกำจัดศรัตรูพืชโดยไม่ใช้สารเคมีค่ะ อย่างการเพาะเลี้ยงแตนเบียนเป็นวิธีกำจัดศัตรูพืชแบบธรรมชาติค่ะ

จากสวนมะพร้าวน้ำหอมตอนนี้เราก็จะไปต่อกันที่อำเภอกระทุ่มแบนค่ะ เพื่อมาทำความรู้จักกับสินค้าที่ขึ้นชื่อของสมุทรสาครค่ะ ที่นี่คือหมู่บ้านเบญจรงค์บ้านดอนไก่ดีค่ะ ต้องบอกว่าสินค้าของที่นี่นั้นได้โอทอประดับ 5 ดาว ด้วยค่ะ กลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์บ้านดอนไก่ดีนั้นเป็นการรวมกลุ่มกันของชาวบ้านที่มีฝีมือด้านการปั้นและการเขียนลาย ซึ่งก็มีการนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกัน และมีการพัฒนาออกมาเป็นงานเบญจรงค์ค่ะ ซึ่งปัจจุบันหมู่บ้านเบญจรงค์นั้นมีสมาชิกด้วยกันหลักๆ 5 หลัง โดยแบ่งออกเป็นบ้านที่ขึ้นรูปและบ้านที่เขียนลายเบญจรงค์ค่ะ

เราจะมาชมบ้านหลังแรกคือบ้านของป้าอุไร ประธานกลุ่มฯ ที่นี่จะมีเบญจรงค์มากมายทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ที่มีลวดลายสวยงาม และไปต่อกันที่บ้านของป้าแดงสมาชิกของกลุ่ม โดยป้าแดงบอกว่าที่นี่จะมีงานเบญจรงค์ที่โดดเด่นคืองานถมทองของภาคใต้นำมาผสมผสานลงบนเบญจรงค์ทำให้เพิ่มความสวยงามและเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์มากขึ้นอีกด้วย งานถมทองคือการทาทองไปที่เบญจรงค์ทั้งใบ แล้วจึงนำมาเขียนลายบนทองอีกครั้ง จากนั้นก็นำไปถมดำถมแดงอีกครั้ง ซึ่งต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญสูงมากในการทำ และงานถมทองก็หาช่างทำยากมากๆ เลยค่ะ ป้าแดงจึงคิดรวบรวมผลงานต่างๆ ที่หายากเก็บเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งก็ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวนั้นได้เข้าชมฟรีด้วยค่ะ

จากบ้านของป้าแดงเราก็ไปดูกันต่อที่บ้านของป้าติ๋มค่ะ (บ้านปานรดา) เอกลักษณ์งานเบญจรงค์ของที่นี่จะโดดเด่นในเรื่องของการตัดเส้นขอบดำ ลวดลายออกแนวทันสมัย และลายที่โดดเด่นนไม่เหมือนใครนั่นก็คือลายนกยูงค่ะ ซึ่งการให้สีจะสวยงามมากๆ รูปแบบการเขียนจะดูแตกต่างออกไปก็ดูสวยงามไปอีกแบบค่ะ

และบ้านเบญจรงค์อีกหนึ่งหลังที่มีเอกลักษณ์และผลงานที่เน้นการเขียนลายตัวละครในวรรณคดี และประเพณีที่สะท้อนความเป็นไทยผ่านเครื่องเบญจรงค์ต่างๆ ที่นี่ก็คือบ้านของป้าหนูเล็กค่ะ และอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถทำได้นั่นก็คือการเพ้นท์เบญจรงค์ซึ่งสามารถทำได้ทุกบ้านเลยนะคะ เมื่อทำแล้วก็สามารถซื้อกลับไปได้เลย สนุกแถมยังภูมิใจอีกด้วยค่ะ ที่จะได้เบญจรงค์ที่ทำลวดลายจากฝีมือของเราเอง     

และจากปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ของสินค้าของกลุ่มเรือประมงต๊อกแต๊กจากตำบลบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งต้องการปรับปรุงรูปลักษณ์ของสินค้า โจทย์นี้ก็เลยถูกนำมาส่งต่อให้กับกูรูอย่างคุณมีน วิภาวี อังศุวัชรากร นักออกแบบผลิตภัณฑ์และเจ้าของแบรนด์ LA LAN TA โดยคุณมีนได้เสนอไอเดียดีๆ ในการทำโลโก้ให้สะดุดตาและดูดีในสายตาของคนซื้อ แถมยังใส่รายละเอียดการติดต่อลงไปจนครบ ให้ชาวบ้านได้เลือกหลากหลายแบบ และได้ให้ชาวบ้านได้แนะนำไอเดียที่ต้องการใส่เพิ่มเติมลงไปจนได้ออกมาเป็นโลโก้ที่ถูกใจทุกคนค่ะ

ชาวบ้านที่นี่ก็ต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือในการทำโลโก้ติดสินค้า คุณมีนนั้นก็ขึ้นรูปกล่องต่างๆ ไปด้วย ขณะเดียวกันชาวบ้านก็ได้ลองนำกะปิมาตัดทำขนาดชิ้นตามที่ต้องการจำหน่าย แล้วนำมาลองใส่ลงไปในกล่องที่ออกแบบมาให้ และในที่สุดสินค้าภายใต้บรรจุภัณฑ์และโลโก้ที่ดูทันสมัยก็เสร็จสมบูรณ์ลงเป็นที่พอใจของชาวบ้านอย่างมากเลยค่ะ

วันนี้นอกจากจะได้ท่องเที่ยวแบบสนุกสนานแล้ว เรายังได้รับความรู้จากการเยี่ยมชมที่ต่างๆ ของจังหวัดสมุทรสาครอย่างมาก ใครที่สนใจอยากเที่ยวชมสิ่งดีๆ และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ก็มากันได้นะคะ ชาวบ้านที่สมุทรสาครยินดีต้อนรับค่ะ

ติดต่อเยี่ยมชุมชน

  • กลุ่มประมงเรือต๊อกแต๊ก โทร. 088-240-3295, 081-446-6468
  • ร้านเดือนโต๊ะเดียว โทร. 088-240-3295
  • บ้านสังวาลย์เซรามิค โทร. 034-472-478
  • บ้านอุไรเบญจรงค์ โทร. 034-473-408, 081-861-4626
  • บ้านแดงเบญจรงค์ โทร. 034-473-471, 089-918-8978
  • บ้านปานรดาเบญจรงค์ โทร. 034-471-475, 089-918-8978

บ้านหนูเล็กเบญจรงค์ โทร. 034-843-371, 081-995-9196

ความเห็น