ร่องเรือชม “คลองมหาสวัสดิ์” จ.นครปฐม ชุมชนดั้งเดิมของคนกับสายน้ำ

0
69

จังหวัดนครปฐม ดินแดนที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยว ทั้งวัดวาอาราม พิพิธภัณฑ์ และแหล่งมากมายวันนี้เราจะพาไปเที่ยวกันที่แหล่งที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ณ ชุมชนคลองมหาสวัสดิ์ นั่นเองค่ะ

โดยเริ่มต้นสตาร์ทกันที่จุดที่เป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดนั่นก็คือ องค์พระปฐมเจดีย์ ณ วัดพระปฐมเจดีย์ราชมหาวิหาร จ.นครปฐม วัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ หรือวัดประจำองค์พระมหากษัตริย์นั่นเองค่ะ นอกจากพระร่วงโรจนฤทธิ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครปฐมแล้ว วัดแห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระปฐมเจดีย์ขนาดใหญ่ที่ด้านในนั้นได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้อีกด้วยค่ะ

จากวัดพระปฐมเจดีย์เรามาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกันบ้าง นั่นก็คือการล่องแพทัวร์สุขภาพ ณ แม่น้ำนครชัยศรี นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาบนแพนี้หนึ่งอย่างที่มีให้บริการตลอดทางนั่นก็คือ การนำเที่ยวยังจุดต่างๆ ซึ่งจุดแรกที่เราจะแวะกันนั่นก็คือ ศูนย์ OTOP Coco D Coconut เมื่อเข้ามาข้างในจะเห็นผลิตภัณฑ์จำนวนมากหลากหลายชนิดให้ได้เลือกซื้อหา โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่ทำมาจากน้ำมันมะพร้าวเป็นสารตั้งต้น แล้วต่อยอดไปสู่สินค้าเพื่อสุขภาพชนิดอื่นๆ เช่น ครีมบำรุงผิว โลชั่น สบู่ แชมพู เซรั่ม เป็นต้น ซึ่งที่นี่จะมีโรงงานผลิตสินค้าอยู่ด้านหลัง หากใครอยากทราบถึงที่มาของสินค้าก็สามารถเข้าไปชมกระบวนการผลิตได้อีกด้วยนะคะ

และนอกจากที่นี่จะมีสินค้าเกี่ยวกับการบำรุงสุขภาพผิวจากน้ำมันมะพร้าวแล้ว ยังมีสินค้าที่ทำจากกะลามะพร้าวที่ผลิตออกมาในรูปแบบของแต่งบ้านและของใช้น่ารักๆ ให้ได้เลือกซื้อเลือกหากันอีกด้วยค่ะ

หลังจากที่เราได้ช้อปของฝากกันไปแล้ว เราก็กลับลงไปที่แพอีกครั้ง และก็พร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นทริปดูแลสุขภาพ และหนึ่งในการดูแลสุขภาพที่ไม่เหมือนใคร และถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่คือการอาบใบตองค่ะ

การอาบใบตองนี้ เป็นการบำบัดโรคด้วยแสงแดด แสงอาทิตย์ ที่มีวิตามินดี ช่วยบำรุงกระดูก บำรุงหัวใจ โดยมีใบตองเป็นอุปกรณ์ในการบำบัดโรค ขั้นตอนของการอาบใบตองก็คือเราต้องทาตัวด้วยน้ำมันที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวให้ทั่วทั้งตัว จากนั้นก็นอนลงบนใบตอง แล้วปิดทับใบตองลงบนตัวเป็นอันเสร็จเรียบร้อย โดยช่วงเวลาของการอาบใบตองที่เหมาะสมจะอยู่ในช่วง 7.30 -8.30 น. และไม่ควรเกิน 11.00 น. เพราะช่วงนั้นแดดจะแรงมาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวของเรานั่นเองค่ะ

การล่องแพทัวร์สุขภาพที่ให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวได้มาล่องแพกันเป็นหมู่คณะ และนอกจากการนวดเพื่อสุขภาพแล้ว ยังรวมไปถึงอาหารการกินที่มีให้บริการตลอดการเดินทาง และทางแพนั้นจะจอดแวะให้นักท่องเที่ยวได้ช้อปสินค้าท้องถิ่นกันตลอดทางอีกด้วยค่ะ

หลังจากที่เราไปชื่นใจกับการล่องแพกันมาแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากพาทุกคนไปเยี่ยมชมนั่นก็คือ แปลงมะเขือเทศราชินี ที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม เมื่อมาถึงจะเห็นแปลงมะเขือเทศที่เยอะและกว้างมากๆ จากการสอบถามพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการเก็บมะเขือเทศราชินีจากคุณลุงเกษตรกรเจ้าของสวนก็ได้ความว่า มะเขือเทศของที่นี่จะเก็บได้ตลอดทั้งวัน โดยจะคัดเลือกเอาลูกที่สมบูรณ์ลูกสวยๆ ไปก่อน แล้วจะไปทำการคัดคุณภาพกันอีกทีที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลดอนตูม ขอบอกว่ามะเขือเทศของที่นี่เก็บแล้วสามารถกินสดๆ จากต้นได้เลยนะคะ เพราะเกษตรกรใช้วิธีปลูกแบบพืชผักปลอดภัย สิ่งนี้ถือว่าเป็นจุดแข็งอีกอย่างก็ว่าได้ค่ะ

มะเขือเทศที่เก็บได้จะถูกนำมารวมกันที่กลุ่ม เพื่อทำการคัดแยกเอามะเขือเทศที่มีความสมบูรณ์ที่สุดออกไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภคนั่นเองค่ะ ส่วนมะเขือเทศที่คุณภาพด้อยลงมาหน่อยก็จะถูกนำมาแปรรูปเป็นมะเขือเทศแปรรูปในแบบต่างๆ ค่ะ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังถือเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและยังถือเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการรับประมานมะเชือเทศอีกด้วยค่ะ

จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลดอนตูม เราจะไปเที่ยวชมวิถีชีวิตชุมชนริมคลองกันบ้างค่ะ ที่นี่ก็คือ ชุมชนคลองมหาสวัสดิ์ ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่นั้นประกอบอาชีพเกษตรกร เช่น ทำนาข้าว ทำสวนผลไม้ ทำนาบัว และการปลูกกล้วยไม้ ซึ่ง จ.นครปฐมนั้นถือได้ว่าเป็นแหล่งปลูกกล้วยไม้ที่มากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทยด้วยค่ะ

สวนแรกที่เราจะไปเที่ยวกันนั้นเป็นสวนที่ปลูกผลไม้หลากหลายชนิด มีกิจกรรมสนุกๆ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสมากมาย ที่นี่ก็คือ สวนเกษตรผสมผสานของป้าแจ๋วค่ะ เมื่อเข้ามาถึงจะเห็นของที่ระลึกวางจำหน่ายอยู่มากมายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของกิน เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงก็จะได้ชิมผลไม้สดๆ กันก่อนเลยค่ะ

เราได้มีโอกาสได้นั่งรถอีแต๋นสุดซิ่งไปเที่ยวชมสวนผลไม้ของป้าแจ๋วกันด้วยนะคะ และถ้าใครมาแล้วไม่ได้นั่งรถอีแต๋นถือว่ามาไม่ถึงค่ะ ในสวนของป้าแจ๋วมีผลไม้มากมายเลยค่ะ ทั้ง ส้มโอ ขนุน มะม่วง มะละกอ กล้วย และอื่นๆ อีกมากมาย ใครมาถึงจะได้ชิมผลไม้สดๆ จากต้น บอกเลยค่ะว่า ชื่นใจ!!

ใครที่มาถึงคลองมหาสวัสดิ์ อีกหนึ่งกิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยนั่นคือ การล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวที่นี่ได้ทุกวันเลยค่ะ

คลองมหาสวัสดิ์ เป็นคลองที่รัชกาลที่ 4 ทรงให้ขุดขึ้นเพื่อย่นระยะทางในการเดินทางด้วยเรือเมื่อครั้งเสด็จไปนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์นั่นเองค่ะ ซึ่งที่นี่นอกจากจะเปรียบเสมือนสายน้ำที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของชาวบ้านแล้ว ปัจจุบันยังถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอีกด้วยค่ะ

จุดแรกที่เราจะไปเที่ยวชมกันคือนาบัวลุงแจ่มค่ะ บรรยากาศที่นี่ขอบอกว่าดีมากๆ เป็นบึงบัวกว้างๆ มีดอกบัวเต็มไปหมด โดยบัวที่ปลูกจะเป็นบัวฉัตร ซึ่งบัวฉัตรนี้มีดอกที่ดกและสามารถส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้ด้วย อ่อ และหากนักท่องเที่ยวคนไหน อยากเก็บดอกบัวสวยๆ สดๆ จากต้น ก็สามารถเลือกเก็บได้เลยนะคะ โดยจะคิดราคาดอกละแค่ 4 บาทเท่านั้นเองค่ะ

และอีกหนึ่งจุดที่หากนักท่องเที่ยวล่องเรือมาแล้วจะต้องแวะคือ กลุ่มแปรรูปข้าวตัง ที่นี่เราสามารถแวะเข้าไปเยี่ยมชมการผลิตข้าวตังแสนอร่อย รวมถึงทดลองทำและชิมกันได้แบบสดๆ ใหม่ๆ เลยค่ะ

หลังจากที่ได้รองท้องกับข้าวตังแสนอร่อยกันไปแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาจัดหนักกับอาหารกลางวันกันแล้วค่ะ เรามาแวะกันที่บ้านฟักข้าวขนิษฐา ที่นี่จะเป็นแหล่งจำหน่ายฟักข้าวมากมายเลยค่ะ ทั้งน้ำฟักข้าวเพื่อสุขภาพ และที่เด็ดสุดๆ ก็คือ เย็นตาโฟซอสฟักข้าวที่ไม่เหมือนใครค่ะ เมื่อได้ชิมแล้วต้องบอกว่าอร่อยใช้ได้เลยค่ะ

ต้องบอกว่าเสน่ห์ของชุมชนคลองมหาสวัสดิ์นั้นคือวิถีดั้งเดิมของคนกับสายน้ำที่ยังคงผูกพันธ์ และเชื่อมโยงกับอาชีพดั้งเดิม โดยมีเรื่องของการท่องเที่ยวชุมชนมามีส่วนสร้างรายได้เสริมให้กับวิถีเกษตรค่ะ จนทำให้ชุมชนคลองมหาสวัสดิ์แห่งนี้เป็นชุมชนท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมายาวนานค่ะ

แต่ถึงอย่างไรก็ตามทางชุมชนนั้นยังคงมองถึงความต้องการที่จะพัฒนาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของการสร้างจุดขายใหม่ๆ ให้กับชุมชน โดยดึงเอาเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่โดดเด่นของชุมชนมาใช้ นั่นก็คือเรื่องของ “บัว” ค่ะ ฉะนั้นวันนี้เราจะมาต่อยอดอาหารที่ทำจากบัวกันค่ะ

และผู้ที่จะมาทำให้โจทย์การต่อยอดอาหารจากบัวของเราในวันนี้ก็คือ ป้ายูง คุณผกา เส็งพานิช คอลัมภ์นิตส์และผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารชีวจิตนั่นเองค่ะ  ป้ายูงหลังจากได้รับโจทย์และทราบความต้องการของชุมชนในเรื่องของอาหารที่วัตถุดิบหลักถือ “บัว” แล้วก็ไปทำการบ้านมาอย่างดี จึงได้ออกมาเป็นสูตรเมนู บัวทอดกรอบ จิ้มซอส 3 รส โดยใช้กลีบบัวและใบบัวอ่อนนำมาหั่นและทอดจนกรอบ ตัดรสขมด้วยซอส 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวาน น่าตาน่ารับประมาน แถมยังอร่อยสุดๆ ไปเลยค่ะ

จากเมนูของคาว ก็มาต่อกันที่เมนูของหวานกันบ้างค่ะ เราจะใช้เม็ดบัวสดที่แกะออกมาจากฝัก มาคลุกกับแป้งและผสมกับน้ำฟักข้าวเพื่อให้มีสีสันสวยงาม ซึ่งเมนูนี้ก็คือ ทับทิมกรอบเม็ดบัวนั่นเองค่ะ ป้ายูงแนะนำให้เปลี่ยนจากน้ำเชื่อมมาเป็นน้ำเต้าหู้แทนนะคะ นอกจากอร่อยแล้วยังสุขภาพดีอีกด้วยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เต็มอิ่มกับการท่องเที่ยวลัดเลาะคลองมหาสวัสดิ์กันไป เรียกว่าอิ่มกาย อิ่มใจสุดๆ ไปเลย ใครที่อยากมาเติมพลังให้ชีวิต ลองหาเวลาว่างสักนิดแวะมาเที่ยวชุมชนคลองมหาสวัสดิ์กันดูค่ะ รับรอง ไม่ผิดหวังแน่นอน

ติดต่อเยี่ยมชุมชน
– ทัวร์สุขภาพโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น โทร. 089-281-6645
– ศูนย์ OTOP COCO D COCONUT โทร. 081-723-2183
– กลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลดอนตูม โทร. 086-160-1393
– กลุ่มแปรรูปข้าวตัง โทร. 083-000-4371
– บ้านฟักข้าวขนิษฐา โทร. 081-902-4516

ความเห็น