ธนาคารจิตอาสา มากกว่าคำว่า “อาสา” คือ “การพัฒนาจิต”

0
24
ธนาคารจิตอาสา

ธนาคารจิตอาสา มากกว่าคำว่า “อาสา” คือ “การพัฒนาจิต”

จากแนวคิดสู่การปฏิบัติของ ดร.สรยุทธ รัตนพจนารถและคุณธีระพลเต็มอุดม 2 ผู้ก่อตั้งธนาคารจิตอาสา

หากคุณกำลังสนใจงานด้านจิตอาสา และค้นหาทางอินเทอร์เน็ตโดยใช้คำว่า “จิตอาสา” ก็จะพบเว็บไซต์ของธนาคารจิตอาสา www.jitarsabank.com อยู่ในอันดับต้น ของเสิร์ชเอนจินและเมื่อคลิกเข้าไปดูจะพบว่ามีงานจิตอาสาให้เลือกทำมากมายหากคุณสนใจช่วยงานด้านไหนก็สามารถเข้าไปฝากเวลาเพื่อทำภารกิจจิตอาสานั้น ได้

ปัจจุบันเว็บไซต์แห่งนี้มีคนสนใจฝากเวลาไว้แล้วกว่าสองล้านชั่วโมง ในขณะที่มีภารกิจที่ต้องการจิตอาสาเพียงสองแสนกว่าชั่วโมง ซึ่งแสดงให้เห็นว่างานจิตอาสากำลังได้รับความนิยมอย่างสูง ผู้คิดทำเว็บไซต์นี้คือ ดร.สรยุทธ รัตนพจนารถ (อ.เอเชีย) และคุณธีระพล เต็มอุดม (อ.หนุ่ม) 2 หนุ่มไฟแรงจิตใจดี

ก่อนจะมาทำงานด้านจิตอาสา ขอย้อนไปถึงชีวิตในวัยเด็กของอาจารย์ทั้งสองท่านกันสักเล็กน้อยว่ามีความเป็นมาอย่างไรคะ

อ.เอเชีย :ผมเกิดและโตที่กรุงเทพฯ ครับ มีพี่ 3 คน ผมเป็นลูกคนที่ 4 คนสุดท้อง เรียกได้ว่าผมเป็นซิตี้บอยมาก ๆตอนเด็กเรียนที่โรงเรียนเรวดี และต่อมาเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย จากนั้นก็เข้าเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สมัยเรียนชั้นอนุบาลผมได้เป็นหัวหน้าห้อง ช่วงเรียนชั้นมัธยมได้เป็นประธานนักเรียน พอเข้ามหาวิทยาลัยก็เป็นนายกสโมสรนักศึกษาดูแล้ว อ.เอเชียมีภาวะผู้นำสูงมาตั้งแต่เด็กนะคะ แล้ว อ.หนุ่มล่ะคะชีวิตวัยเด็กเป็นอย่างไร

อ.หนุ่ม :ผมเป็นคนต่างจังหวัดครับบ้านอยู่จังหวัดนครพนม เป็นลูกคนโตและมีน้องอีก 2 คน ผมโตและเรียนที่จังหวัดนครพนมจนถึงชั้นมัธยมต้น พอชั้นมัธยมปลายก็ไปเรียนที่สาธิตมอดินแดง มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น จากนั้นก็มาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสังคม-วิทยาและมานุษยวิทยา การเรียนที่นี่ทำให้ผมมองเห็นพัฒนาการของสังคมในเชิงลึกและเห็นมุมมองวัฒนธรรมของการอยู่ร่วมกันในสังคม จำได้ว่าสัปดาห์แรกของการเรียนในมหาวิทยาลัยมีรุ่นพี่ถามว่า ใครจะไปร่วมรณรงค์อะไรบ้าง เพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ผมรู้จักส่วนใหญ่ทำงานเคลื่อนไหวเรื่องประชาธิปไตยแรก ๆ ผมก็ไปกับเขา แต่ต่อมาผมเลือกทำงานที่ตัวเองถนัดและสนใจ คืองานด้านประชาสัมพันธ์และเป็นเหรัญญิกให้องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถ้าของ อ.เอเชียมาสายผู้นำ ของผมก็คงเรียกได้ว่าเป็นสายซัปพอร์ต (หัวเราะ)

การที่ อ.เอเชียมีภาวะผู้นำค่อนข้างโดดเด่น ไม่ทราบว่ามีผลต่อความคิดของอาจารย์ตอนเลือกงานทำหลังเรียนจบไหมคะ

อ.เอเชีย :ต้องบอกก่อนว่าผมเป็นพวกบ้าเรียนครับ และเวลาที่มีสอบแข่งขันอะไร ผมไม่เคยพลาด จนกระทั่งมีการสอบชิงทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(พสวท.) หลายคนรู้จักว่าเป็นโครงการช้างเผือกด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งส่งเสริมให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ ผมเผอิญสอบได้ ทุนนี้ส่งเราเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนถึงปริญญาเอก ดังนั้นผมจึงรู้เส้นทางการทำงานของตัวเอง เพราะตั้งใจว่าเรียนจบแล้วจะกลับมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแน่นอนฉะนั้นเมื่อเรียนจบผมก็ได้ทำงานเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นเวลากว่า 10 ปี

เนื่องจากเกรดตอนปริญญาตรีของผมอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ ทำให้ผมไม่ต้องเรียนปริญญาโทและสามารถข้ามขั้นไปเรียนต่อปริญญาเอกได้เลย ผมเลือกเรียนคณะวนศาสตร์และสิ่งแวดล้อมศึกษาที่มหา-วิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา การเรียนครั้งนั้นระเบิดความคิดของผมจากความเชื่อเดิม ๆที่ว่าเรื่องราวต่าง ๆ ในโลกสามารถอธิบายด้วยหลักการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นและการเปลี่ยนแปลงในโลกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลตัวเลข พอช่วงที่ผมกลับมาทำวิจัยที่เมืองไทย 2 ปีโดยได้ทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มาทำวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นโดยให้ครูและนักเรียนในท้องถิ่นนั้น ๆ สร้างความรู้ด้วยตนเองโดยใช้ความรู้ตามหลักวิทยาศาสตร์ผสมผสานกับภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่น ผมมีโอกาสได้ไปที่จังหวัดบุรีรัมย์โดยไปใช้ชีวิตอยู่กับปราชญ์ชาวบ้านซึ่งมีรากวัฒนธรรมของชนบทไทยที่ลุ่มลึก ทำให้ผมมีมุมมองชีวิตและความคิดที่เปลี่ยนไป เมื่อสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชักชวน ให้โอกาสผมมาทำงานเรื่องส่งเสริมสุขภาวะและการพัฒนาจิตก็ยิ่งทำให้ผมได้มุมมองใหม่ ๆ

ตอนนั้นเป็นโอกาสที่ทำให้ได้เจอกับ อ.หนุ่มด้วยแล้วมุมมองในการเลือกงานของอ.หนุ่มเป็นอย่างไร

อ.หนุ่ม :เรื่องงานผมจะต่างจาก อ.เอเชียตรงที่อาจารย์รู้ว่าจบมาแล้วทำงานอะไร แต่ผมไม่รู้ว่าตัวเองจบมาแล้วจะทำงานอะไรดีดูจากรุ่นพี่ที่เคยทำงานในองค์การนักศึกษาฯว่าเขาไปทำอะไรกันบ้างก็พบว่า เมื่อจบจากคณะนี้เราสามารถทำงานได้หลากหลายมาก ผมจึงเลือกไปสมัครงาน 3 ที่ มีทั้งงานขาย งานนักข่าว และงานบุคคล ผมเลือกทำงานบุคคลระหว่างทำงานผมก็เรียนต่อปริญญาโทเกี่ยวกับการพัฒนาแรงงานและสวัสดิการที่คณะสังคม-สงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำให้ได้เปิดโลกการทำงานเพื่อสังคมมากขึ้น จากนั้นก็ไปทำงานด้านการขายและการตลาดจนมีโอกาสเปลี่ยนงานอีกครั้งโดยมาทำเรื่องการพัฒนาจิต จึงได้มาร่วมทีมกับ อ.เอเชีย

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป

ความเห็น