เสพความสุขหลากวัฒนธรรม อิ่มกาย สุขใจ ที่บ้านปางห้า จ.เชียงราย

0
62

วันนี้เราจะมาชวนไปแอ่วเมืองเหนือ ที่จังหวัดเชียงราย เหนือสุดของไทย ที่มีความสวยงามด้วยบรรยากาศของธรรมชาติ ป่าเขา ดอยสูง และมีที่ท่องเที่ยวหลากหลายสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เราจะเริ่มต้นทริปกันด้วยการเดินช้อปปิ้งที่ตลาดการค้าชายแดนไทย-เมียนม่า ไปครับเราไปเริ่มต้นกันที่ตลาดแม่สายกันเลย

ที่ตลาดแม่สายนี้มีสินค้าขึ้นชื่อมากมายหนึ่งในนั้นก็คือ “หยก” ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายชนิดทั้งเป็นของมงคล และเครื่องประดับต่างๆ มองไปทางไหนก็จะเห็นวางขายอยู่เยอะแยะมากมายในตลาดแม่สายครับ

ต้องบอกว่าหากใครได้มาที่ตลาดแห่งนี้รับรองว่าจะต้องฟินกับการเดินชมสินค้าที่มีให้เลือกซื้อกันอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเงิน เครื่องประดับ หยกพม่าที่แกะสลักออกมาเป็นรูปทรงต่างๆ หรือจะเลือกซื้อเครื่องแต่งกายพื้นเมืองมาใส่เล่นกันก็มีให้เลือกเยอะเลยครับ

การมาเที่ยวแม่สายในวันนี้ไม่ได้หยุดแค่ที่ตลาดแม่สายเท่านั้น เราจะพาไปชมอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจมากๆ ที่นี่คือชุมชนบ้านปางห้า ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ยินมาว่าที่นี่เป็นสถานที่เที่ยวที่เต็มไปด้วยกิจกรรมที่จะทำให้เราเพลิดเพลินแบบไม่ซ้ำกันสักวันเลยทีเดียว ที่สำคัญมีโฮมสเตย์สวยๆ บรรยากาศดีๆ ให้เราได้พักกันด้วย

สำหรับการเดินทางมาตลาดแม่สายไปยังชุมชนบ้านปางห้านั้น เราจะเดินทางโดยใช้ถนนหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าไปจนเข้าสู่ถนนหมายเลข 1016 จากนั้นตรงไปเลี้ยงขวาถนนบรรพปราการ ตรงไปอีก 2 กม.เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหมายเลข 1290 ตรงไปอีก 6 กม.ก็จะถึงโฮมสเตย์หมู่บ้านปางห้าแล้วครับ

ชุมชนบ้านปางห้าเป็นชุมชนที่อยู่เหนือสุดแดนสยาม มีพื้นที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและเมียนม่า ที่นี่จึงได้ชื่อว่าเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะผู้คนที่ยังคงยึดวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเอาไว้เป็นอย่างดี

เรามาที่นี่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงงานทำกระดาษสาเล็กๆ ของชุมชนที่ผลิตกระดาสสาเพื่อส่งออกมากว่า 20 ปี ภายใต้ชื่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจินนาลักษณ์ มัล เบอร์รี่ สา เปเปอร์ การผลิตกระดาษสาของที่นี่เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวอีกหนึ่งอย่างของชุมชนบ้านปางห้าที่เข้าไปชมแล้วจะได้เห็นถึงกรรมวิธีการผลิตกระดาษสาที่มีความสวยงาม ตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้ผลิต ไปจนถึงขั้นตอนต่างๆ เรียกว่าเป็นงานศิลปะอีกอย่างก็ว่าได้

นักท่องเที่ยวสามารถมาทดลองทำกระดาษสาได้ด้วยในรูปแบบดีไซน์ที่เป็นของตัวเอง และยังสามารถเอากลับบ้านได้ด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาของคนในชุมชนบ้านปางห้าที่ร่วมกันอนุรักษ์การทำกระดาษสาทำมือเอาไว้ให้เราได้ชมกัน นอกจากที่นี่จะจำหน่ายกระดาษสาแล้วยังรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรและงานฝีมือของคนในชุมชน จากผลิตภัณฑ์จักรสาน ผลไม้ และผักปลอดสารเคมี ที่มีให้เลือกซื้อมากมาย เรียกว่าเป็นการกระจายรายได้ให้แก่คนในชุมชนอีกด้วยครับ

และอีกหนึ่งชุมชนที่เราจะได้ไปเที่ยวกันต่อคือ กลุ่มวัฒนธรรมชาติพันธุ์พัฒนาพระพรปางห้า กลุ่มนี้ได้รวบรวมเอาวัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆ มารวมไว้ให้เราได้รู้จักกันครับ มาถึงจะได้เห็นการละเล่นพื้นบ้านจากเด็กๆ ในแบบต่างๆ โดยจะมีสมาชิกจากหลายๆ ชนเผ่าที่มารวมตัวกันทำกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการทำของเล่นของชนเผ่า อย่าง เผ่าอาข่า เผ่าลาหู่ และเผ่าไตหย่า นักท่องเที่ยวที่มาสามารถลองเล่นการละเล่นของชนเผ่าได้ด้วย เรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน แถมยังได้เรียนรู้ศิลปะ ประเพณีของชนเผ่าต่างๆ อีกด้วย

อีกหนึ่งสถานที่ที่เราจะมาเที่ยวกันต่อนั่นก็คือ บ้านตีมีดไทลื้อ แห่งบ้านปางห้า แหล่งตีมีดแห่งเดียวในชุมชนที่รวบรวมศิลปะการตีมีดในแบบดั้งเดิมของชาวพม่า ซึ่งชาวบ้านยังคงอนุรักษ์เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกันถึงที่นี่เลยครับ

การท่องเที่ยวของเราในครั้งนี้ เราได้รับเกียรติจาก คุณม่วง สมชาย บล็อกเกอร์จากเพจท่องเที่ยว “ม่วงมหากาฬ” ซึ่งมีดีกรีผู้ติดตามเพจกว่า 1 แสนยูสเซอร์ วันนี้คุณม่วงจะมาเป็นหนึ่งในผู้ที่จะทำให้หมู่บ้านปางห้าเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นครับ

คุณม่วงได้เริ่มต้นจากการเข้าไปเยี่ยมชมแหล่งทำหยกของชุมชนปางห้า โดยได้มีการพูดคุย สอบถามชาวบ้านที่ทำหยก ถามถึงที่มาของการทำหยกว่ามี่ที่มาที่ไปอย่างไร ทำให้ได้ทราบว่าหยกที่นำมาเจียระไนนั้นนำมาจากประเทศพม่าเพราะในประเทศไทยยังไม่มีนั่นเอง

หลังจากสอบถามชาวบ้านแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนและวิธีการทำหยก โดยเริ่มจากการนำหยกมาขึ้นเป็นรูป ไปจนถึงขั้นตอนการเจียระไนหยกที่ต้องใช้ความปราณีตและฝีมือมากๆ และหากนักท่องเที่ยวคนไหนอยากจะอุดหนุนงานแกะสลักหยกของชุมชนสามารถไปหาซื้อได้ที่ตลาดแม่สายเลยครับ หรือหากอยากแวะมาเที่ยวที่กลุ่มเจียระไนหยกพม่าก็สามารถโทรติดต่อเข้ามาเยี่ยมชมได้เลยครับ

และจุดต่อมาที่เราจะไปเยี่ยมชมกันต่อพร้อมกับคุณม่วงมหากาฬ เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากๆ แถมยังมีกิจกรรมให้เราได้ร่วมทำอีกด้วย นั่นคือ บ้านทำเทียน ที่นี่จะเป็นโรงงานผลิตเทียนไข นักท่องเที่ยวสามารถมาลองทำเทียนไหว้พระได้ด้วยตัวเอง ซึ่งในแต่ละขั้นตอนชาวบ้านจะคอยบอกและแนะนำเราแบบไม่มีกั๊กกันเลยครับ โดยเทียนที่ผลิตได้ของที่นี่จะส่งไปจำหน่ายยังพื้นที่ จ.เชียงราย และส่งไปยังประเทศลาว พม่า อีกด้วยครับ

ที่ชุมชนปางห้านี้นอกจากจะมีกิจกรรมให้ทำกันมากมายแล้ว ที่นี่ยังมีอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่ชุมชนปางห้าสืบสานต่อกันมานั่นคือ การตกปิ่นโต ซึ่งในทุกๆ เย็นจะมีสามเณรเดินเอาปิ่นโตมาวางไว้ตามบ้าน จากนั้นชาวบ้านก็จัดเตรียมอาหารใส่ปิ่นโตไว้เพื่อมารอถวายอีกครั้งในตอนเช้า และนักท่องเที่ยวคนไหนที่ตื่นเช้าจะได้มีโอกาสทำบุญตกปิ่นโตกันด้วยนะครับ

เช้านี้คุณม่วงได้ออกไปเก็บภาพสวยๆ และกิจกรรมในชุมชนตั้งแต่เช้าตรู่เลยครับ และกิจกรรมในเช้าวันนี้เราจะไปปั่นจักรยานชมวิวพร้อมกับทานของอร่อยๆ กันต่อในชุมชน ไปกันเลยครับ

เราปั่นจักรยานมาจนถึงบ้านทำขนมล็อคนา ที่นี่อาหารขึ้นชื่อก็คือขนมล็อคนาที่น่าตาก็คล้ายๆ ขนมรังผึ้งของภาคกลางเรานี่เองครับ จุดเด่นจะอยู่ตรงที่ความหอมจากแป้งที่โม่เอง แล้วนำไปปิ้งจนหอมอร่อย ซึ่งวิธีทำขนมชนิดนี้ถือว่าเป็นการรักษาวิธีการทำขนมแบบโบราณเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

และอีกหนึ่งร้านที่เราจะพาไปชิมกันต่อก็คือ บ้านอิ่มอุ่น ร้านอาหารไทลื้อที่คนในชุมชนต่างยกนิ้วโป้งให้กับความอร่อย ส่วนจะลำแต้ๆ ขนาดไหน ต้องแวะไปชิมกันสักหน่อยแล้วครับ ที่นี่จะมีอาหารไทลื้อหลายอย่างที่น่าสนใจ อย่างพิซซ่าไทลื้อก็มีนะครับ ขอบอกว่าน่าตาถึงจะดูแปลกไปจากพิซซ่าที่เคยเห็นกันสักหน่อย แต่รสชาติก็ถือว่าอร่อยใช้ได้กินแล้วคล้ายๆ ห่อหมกนี่ล่ะครับ นอกจากพิซซ่าไทลื้อแล้ว เมนูอื่นๆ ก็น่าสนใจเพียบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวแรมพื้นเมือง ข้าวซอยน้อย และข้าวซอยน้ำเงี้ยว แต่ละอย่างน่าตาน่ารับประมานทีเดียว นักท่องเที่ยวคนไหนอยากลองรับประทานอาหารพื้นเพดั้งเดิมของชาวไทลื้อก็สามารถแวะมาที่ร้านบ้านอิ่มอุ่นได้เลยครับ อ่อ! ลืมบอกไปว่าอาหารที่ร้านนี้ทุกอย่างราคา 20 บาทเท่านั้นเองครับ

หลังจากที่เราได้ออกไปชิมของอร่อยๆ ในชุมชนกลับมาแล้ว คุณม่วงก็ได้ไปเก็บภาพบรรยากาศของชุมชนรวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จะนำมารีวิวเพื่อการประชาสัมพันธ์ลงในเพจ Facebook ของบ้านปางห้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และเมื่อคุณม่วงได้ภาพสวยๆ มาแล้ว ก็เริ่มพูดคุยถึงขั้นตอนและวิธีการนำเสนอชุมชนเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักบ้านปางห้ามากขึ้นด้วยครับ

คุณม่วงได้แนะนำชาวบ้านถึงขั้นตอนการทำเพจให้น่าสนใจ โดยแนะนำการใช้แคปชั่นว่าไม่ควรยาวมาก ควรสั้น กระชับ ได้ใจความ และน่าสนใจ ภาพที่จะทำมาลงก็ต้องเลือกภาพที่มีความคมชัด สีสันสวยงาม ดูแล้วสดชื่น เพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวให้อยากมาเยือน

หลักจากได้รับคำแนะนำจากคุณม่วงแล้ว ชาวบ้านและคุณม่วงก็ได้ช่วยกันลือกภาพที่จะลงในเพจของชุมชน พร้อมช่วยกันคิดแคปชั่นจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นชาวบ้านก็ได้ตอบแทนน้ำใจของคุณม่วงและทีมงานด้วยการจัดเตรียมอาหารมาเซอร์ไพร์สอีกด้วย โดยมาในรูปแบบของขันโตกของชาวล้านนา และขันโตกของชนเผ่าต่างๆ เอาไว้รับประทานร่วมกันอีกด้วยครับ

เมนูอาหารล้านนาที่อยู่ในขันโตกก็มีหลากหลาย น่าตาของอาหารแต่ละอย่างก็น่ารับประมานมากๆ อย่าง แอ๊บป่า ยำไก่ใส่หัวปลี ไก่ฮังเล ลาบจิ้นหมู น้ำพริกอ่อง และตำบักเขือ (ตำมะเขือ) ชาวบ้านที่นี่บอกว่าหากใครได้ลองชิมอาหารพื้นเมืองของที่นี่แล้วรับลองต้องบอกว่า ลำขนาดจ้าว!!

และนอกจากเมนูขันโตกอาหารล้านนาแล้ว ยังมีอีกหนึ่งขันโตกที่เป็นไฮไลต์เลยนั่นก็คืออาหารของชนเผ่าที่รวมกันถึง 7 ชนเผ่า นอกจากบรรยากาศการรับประทานอาหารชองหลากหลายชนเผ่าที่มีความอบอุ่น เป็นกันเองแล้ว ชาวบ้านยังได้เตรียมการแสดงรำวงของกลุ่มไทลื้อไว้คอยต้อนรับอีกด้วย เรียกว่ามื้อนี้อิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจเลยล่ะครับ

การมาเที่ยวที่บ้านปางห้าครั้งนี้ นอกจากความสนุกปนความรู้ที่ได้ไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ แล้ว อีกสิ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนคือ ความอบอุ่นจากชาวบ้านที่ให้การต้อนรับด้วยความเต็มใจ ผู้คนที่นี่เป็นมิตร เมื่อมาเยือนแล้วสามารถเก็บเอาเรื่องราวความประทับใจต่างๆ ไปถ่ายทอด บอกต่อได้แบบ 3 วัน ไม่ซ้ำกันแน่นอนครับ…มาครับ มาเที่ยวบ้านปางห้า จ.เขียงรายกันเต๊อะ!

ติดต่อเยี่ยมชุมชน

  • กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจินนาลักษณ์ มัล เบอร์รี่ สา เปเปอร์ โทร. 081-883-9062
  • กลุ่มวัฒนธรรมชาติพันธุ์พัฒนาพระพรปางห้า โทร. 089-759-5797
  • บ้านตีมีดไทลื้อ โทร. 064-679-7470
  • กลุ่มเจียระไนหยกพม่า โทร. 064-679-7470
  • บ้านทำเทียน โทร. 081-033-1503
  • บ้านอิ่มอุ่น อาหารไทลื้อ โทร. 086-183-3023
ความเห็น