True Story : ชีวิตดิ้นรนของคน เกลียดหนี้

0
250
เกลียดหนี้

ชีวิตดิ้นรนของคน เกลียดหนี้

ภาพจำของผมในวัยเด็กที่มีต่อแม่ ผมเห็นท่านทำงานตัวเป็นเกลียว ลำบากสารพัดเพราะภาระหนี้ ก้อนโต ผมจึง เกลียดหนี้ และตั้งสัจจะกับตัวเองเลยว่า ชีวิตนี้ต่อให้ผมจนหรือลำบากแค่ไหน ผมจะไม่ยืมเงินใครเพื่อก่อหนี้เด็ดขาด

ครอบครัวของผมมี 4 คน คุณพ่อ คุณแม่ ผม และน้องสาว ครอบครัวของเรามีความเป็นอยู่ไม่สุขสบายนัก เคยกู้ยืมเงินนอกระบบ และแม่ก็ต้องเร่งหาเงินใช้คืน ซึ่งกว่าจะใช้หนี้หมดก็สาหัสพอสมควร พอหนี้หมดไปสักพัก แม่อยากให้ทุกคนอยู่อย่างสุขสบายขึ้น เพราะบ้านของเราเป็นโกดังที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากอาม่า ไม่มีห้องอะไรเป็นสัดส่วน แม่จึงกู้เงินจากธนาคารเพื่อมาต่อเติมทำให้ที่อยู่อาศัยกลายเป็นบ้านที่น่าอยู่มากขึ้น มีการกั้นห้องเพื่อความเป็นส่วนตัว ปูฝ้า ปูกระเบื้องให้สวยงาม แต่เมื่อกู้เงินมาแล้วถึงเวลาต้องใช้คืนธนาคาร แม่มีเงินไม่พอส่ง ในที่สุดก็ต้องทำงานเพิ่ม

ตอนนั้นผมอายุ 8 ขวบ เห็นแม่พยายามทำงานทุกอย่างเพื่อที่จะหาเงินมาใช้หนี้ แม่ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อเตรียมของสำหรับไปขายโจ๊ก โดยมีพ่อไปขายด้วย เริ่มขายตั้งแต่ 6 โมงเช้าจนถึง 10 โมง การขายโจ๊กแต่ละครั้ง เวลาคนโจ๊กในหม้อ โจ๊กร้อนๆ ก็จะกระเด็นโดนแขนแม่พองไปหมด พอขายเสร็จพ่อจะพักผ่อน ส่วนแม่จะรับปักชุดนักเรียนต้องเพ่งจนปวดตา อีกทั้งยังขายประกัน ตกเย็นต้องออกไปขายผัดไท แล้ววันพระก็จะร้อยมาลัยให้ผมไปเคาะประตูขายตามบ้านเรือนในละแวกนั้น ผมเห็นแม่มีวงจรชีวิตอันเหน็ดเหนื่อยเพื่อหาเงินใช้หนี้ ผมบอกตัวเองทันทีว่า

“ต่อให้ต้องอดแค่ไหน หรือลำบากอย่างไร เราจะไม่มีวันยืมเงินใครให้เป็นหนี้เด็ดขาด”

เมื่อผมเข้ามหาวิทยาลัย ผมสอบติดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านปทุมธานี ผมตั้งใจช่วยแม่ประหยัดให้ถึงที่สุด เดือนหนึ่งแม่จะส่งเงินให้ผมห้าพันบาท ในเงินจำนวนนี้รวมค่าหอพักแล้วสองพันบาท ผมมีเงินเหลือใช้อยู่สามพันบาท ซึ่งเมื่อต้องซื้ออุปกรณ์การเรียน ซื้อหนังสือ เงินเริ่มไม่พอใช้ บางเดือนถึงกับไม่มีเงินกินข้าว แต่ก็ไม่อยากรบกวนเงินแม่ ผมจึงทำอาหารกินเองแบบทำได้เท่าที่มี คือเอาข้าวมาต้มใส่น้ำเยอะๆ ทำเป็นข้าวต้ม แล้วก็ไปเก็บผักบุ้งที่อยู่ใกล้ๆ มหาวิทยาลัย เอามาต้มใส่น้ำปลา ผมกินแค่นี้ก็อยู่ได้แล้ว

พอเรียนมหาวิทยาลัยไปสักพัก ผมเริ่มมีสังคม ต้องไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง ค่าเดินทางก็เพิ่มขึ้นมาอีก ผมจึงหาเงินเพิ่มโดยไปเป็นเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหารช่วงกลางคืน และรับจ้างวาดภาพในเวลาว่าง จนในที่สุดผมสามารถเรียนจบมหาวิทยาลัยได้สำเร็จ

ผมโชคดีที่เรียนจบแล้วได้งานทำเลย เป็นโรงพิมพ์ที่อยู่ละแวกบ้าน หน้าที่ของผมคือ ออกแบบสิ่งพิมพ์ ได้เงินเดือนหกพันบาท ผมไม่ต้องเสียค่าเช่าหอพักเพราะอยู่บ้าน ผมนำเงินเดือนที่ได้แบ่งให้แม่ และเริ่มมีเงินเก็บ ทำงานที่นี่จนอิ่มตัว จึงคิดไปทำงานที่กรุงเทพฯ

คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าถัดไป

ความเห็น