มหัศจรรย์แห่งการอ่าน เจ๊ะหัน ยะลา

0
777
เจ๊ะหัน

มหัศจรรย์แห่งการอ่าน เจ๊ะหัน ยะลา

เจ๊ะหัน ยะลา คือชายวัย 50 ปีชาวบ้านในตำบลคลองขนาน อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ที่เดิมทำงานรับจ้างทั่วไป แต่วันนี้ชีวิตของเขาสุขสบาย ทำธุรกิจหลายอย่างที่ทำรายได้มากมาย และที่สำคัญคือ เขาทำงานเพื่อชุมชนด้วย

ความสำเร็จทั้งหมดในชีวิตเกิดขึ้นในระยะเวลาเพียง 6 ปีเท่านั้น ด้วยเคล็ดลับธรรมดา ๆ นั่นคือ “การอ่าน” 

แต่การอ่านของชายวัย 50 ปีคนนี้ไม่ใช่เพื่อการสอบ ไม่ใช่เพื่อความบันเทิงแต่เป็นการอ่านเพื่อจุดประกายความคิดและเปลี่ยนแปลงชีวิต

ตอนนี้คุณเจ๊ะหันทำอาชีพอะไรบ้างคะ

ตอนนี้ค้าขาย มีธุรกิจครอบครัวคือรับซื้อปาล์มน้ำมัน เผาถ่านจากกะลามะพร้าวเลี้ยงไก่ นอกจากนี้ก็มีงานในชุมชน เช่น หางบประมาณให้ชุมชน ประสานงานทำความเข้าใจระหว่างคนในหมู่บ้านและหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงดูแลเรื่องการอ่านหนังสือของคนในชุมชนด้วยครับ

ชีวิตก่อนเริ่มอ่านหนังสือของคุณเจ๊ะหันเป็นอย่างไรคะ

ชีวิตตอนเด็ก ๆ ของผม พูดตามความเป็นจริงเลยคือลำบาก พ่อแม่ทำสวนทำไร่มีรายได้แค่วันละ 50 - 60 บาท พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ผมอายุ 12 ปี ผมก็อยู่กับพี่น้อง ต้องพึ่งพาตัวเอง ทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเอง เรียนสูงสุดคือชั้น ป.6 หลังเรียนจบก็รับจ้างทำงานไปเรื่อย ทั้งงานก่อสร้าง ตัดหญ้า กรีดยางคนชนบทไม่คิดเรื่องเรียนต่อหรอก เรียนจบป.6 ให้อ่านออกเขียนได้ก็ดีแล้ว

ทราบว่าหลังจากเรียนจบชั้น ป.6 ก็ไม่ได้อ่านหนังสืออย่างจริงจังอีกเลย

ในชีวิตของผมไม่มีโอกาสได้อ่านเลยจบ ป.6 ก็เพื่อให้อ่านภาษาไทยออก คิดเลขเป็นแค่นี้ก็ถือว่าพอแล้ว ชีวิตนี้ไม่เคยคิดที่จะมาอ่านเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างจริงจัง ส่วนมากอ่านแค่หนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ตามโรงพยาบาลสถานที่ราชการ อ่านแล้วก็วาง ไม่ได้มาคิดอะไรต่อ กลับถึงบ้านก็ลืมที่อ่านมาหมดแล้ว

คนในชุมชนไม่มีใครคิดที่จะซื้อหนังสือมาอ่านหรอกครับ มีแต่ทำมาหากินกัน แค่หาเลี้ยงครอบครัวกันยังไม่ไหวเลย และไม่มีใครที่สามารถซื้อหนังสือเล่มละเป็นร้อยมานั่งอ่าน ชาวบ้านคิดแต่ว่าหนังสือเป็นภาระเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ทั้งที่ในหลักศาสนาอิสลามมีคำสอนว่า จงอ่าน แต่เรากลับไม่ได้ไขว่คว้าเรื่องนี้กันเลย พอมีใครพยายามหาหนังสือมาอ่านก็มักโดนตำหนิว่า อย่าไปดิ้นรนเลยทำมาหากินดีกว่า

ทำไมถึงได้มาเริ่มอ่านหนังสืออีกครั้งเมื่ออายุ 44 ปีคะ

เมื่อ พ.ศ. 2553 ผมมีโอกาสดูแลโครงการหนังสือหมุนเวียนในมัสยิด ของอาจารย์มกุฏ อรฤดี ตอนแรกมัสยิดในชุมชนของผมไม่ได้อยู่ในสายตาของโครงการนี้เลยเพราะเป็นมัสยิดเล็ก ๆ ที่อยู่ในชุมชนที่เล็กมากคนในชุมชนก็ต่างคนต่างอยู่ แต่มีมัสยิดแห่งหนึ่งปฏิเสธโครงการนี้ เมื่อมีคนมาถามผมว่าจะรับโครงการนี้ไหม ผมจึงบอกทันทีว่า “ดีเลย มาเลย”

ที่ตอบรับไปเพราะผมเห็นว่าชุมชนของเราขาดโอกาสที่จะได้อ่านหนังสือ ขาดความรู้ความเข้าใจสังคมภายนอกเราอาศัยอยู่แต่ในชุมชนอิสลามเล็ก ๆ ของเรา ผมจึงรู้สึกว่าถ้าชาวบ้านได้อ่านหนังสือ ชุมชนอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ก็มีคนบอกว่า อ่านหนังสือไปก็เท่านั้น เราก็ยังต้องตัดยาง กรีดยาง ขายปลา เผาถ่านเหมือนเดิม อ่านแล้วไม่รู้ว่าจะได้อะไรหรือช่วยอะไรพวกเขาได้

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป

ความเห็น