เช็กความเสี่ยง โรคจอประสาทตาเสื่อม ภัยใกล้ตัวคุณ

0
1612
โรคจอประสาทตาเสื่อม

เช็กความเสี่ยง โรคจอประสาทตาเสื่อม

ประสบการณ์ตรง จาก โรคจอประสาทตาเสื่อม เมื่อปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2550 หลังเลิกชั่วโมงสอนวิชาสุดท้ายในช่วงเย็น ประภัสสร โพธิจักร ครูประจำวิชาภาษาไทย อายุ 55 ปี เดินออกมาจากห้องเรียนที่อยู่บนชั้น 4 ของอาคาร ขณะที่กำลังเดินลงบันไดเพื่อกลับมาที่ห้องพักครู เธอมองเห็นว่า ขั้นบันไดที่อยู่ตรงหน้าเริ่มเลือนลางและบิดเบี้ยว จึงลองกระพริบตาถี่ๆ พลางคิดว่าตนเองอาจจะตาพร่าไปชั่วคราวจึงลองหยุดเดินแล้วไปนั่งพักในห้องเรียนที่อยู่ชั้นถัดมา

เมื่อลองลืมตาก็ยังพบว่าอาการผิดปรกตินั้นยังคงอยู่ เธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรบอกสามีและขอให้เขาออกมารับเพราะเธอตัดสินใจแล้วว่าจะจอดรถที่ขับมาทำงานฝากไว้กับยามของโรงเรียน

‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ…’ เธอคิดพลางทดลองลืมตาและหลับตาทั้งซ้ายและขวาสลับกันหลายรอบแต่ก็ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ โต๊ะนักเรียนที่ตั้งอยู่ตรงหน้าก็ยังเหมือนอยู่ในม่านหมอกและดูบิดเบี้ยวผิดสัดส่วนอยู่อย่างนั้น

จอประสาทตาเสื่อม

มองไม่ชัด เฉพาะตรงกลาง…อาการจอประสาทตาเสื่อม

วันรุ่งขึ้น ขณะที่สามีขับรถไปเธอโรงพยาบาล ประภัสสรก็พบว่า เวลาเธอมองไปที่ใดๆ ก็ตาม ภาพที่เคยเห็นชัดโดยตลอดจะมัวหรือเบลอเฉพาะตรงกลาง เช่น จะมองเห็นรถยนต์ที่ขับอยู่ข้างๆ แต่ถ้าเป็นรถยนต์คันที่อยู่ถัดเข้ามา โดยเฉพาะคันที่อยู่ตรงกลางจะมองเห็นไม่ชัด พิสูจน์ได้จากการอ่านป้ายทะเบียนรถคันหน้าที่ก่อนหน้านี้เคยอ่านได้ตามปรกติ แต่ตอนนี้ตัวอักษรและตัวเลขบนแผ่นป้านทะเบียนนั้นกลับเบลอจนอ่านไม่ออก

หลังจากที่ได้รับการตรวจอย่างละเอียดแล้ว แพทย์ได้แจ้งว่าเธอกำลังเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม(Age-related macular degeneration) หรือเรียกย่อๆ ว่าเอเอ็มดี โดยแพทย์ระบุว่า กรณีของเธอเป็นเอเอ็มดี แบบแห้ง (Dry AMD หรือ Non neovascular AMD) ที่ทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลงอย่างช้าๆ และเป็นโรคตาที่พบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ

ติดตามกลุ่มคนที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคนี้ได้ ในหน้าถัดไปค่ะ

ความเห็น