ชีวิตที่ฉันเลือกเดิน เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง

0
1095
เปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อตัวเอง

ฉัน เปลี่ยนแปลง ตนเองครั้งยิ่งใหญ่ ความไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาทำให้ฉันสามารถยืนบนลำแข้งของตัวเองได้ ซื้อบ้านและรถให้แม่ด้วยเงินสด เลี้ยงดูแม่ได้โดยไม่เดือดร้อนใคร

ชีวิตฉันมีทางเลือกไม่มากนัก เนื่องจากฉันมีรูปร่างหน้าตาไม่น่ารัก ตัวอ้วนดำ แถมยังเป็นเด็กผู้ชายที่มีจิตใจเป็นหญิง ทำให้คนรอบข้างดูถูกและไม่ยอมรับ

2

ฉันเกิดในครอบครัวคนจีนที่ค่อนข้าง มีฐานะระดับหนึ่งในจังหวัด พ่อเป็นเจ้าของโรงกลึง แม่เป็นแม่บ้าน ท่านทั้งสองต่างเคยแต่งงานมีลูกมาก่อนแล้ว ฉันจึงเป็นน้องเล็กของบ้าน มีพี่น้องคนละพ่อคนละแม่ทั้งหมด 8 คน ต่อมาพ่อกับแม่แยกทางกัน ฉันอยู่กับแม่โดยที่พ่อส่งเสียค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

ตอนเด็กฉันใช้ชีวิตสนุกสนานเหมือนเด็กทั่วไป รูปลักษณ์อ้วนดำไม่ได้เป็นปมด้อยแถมฉันยังมักแอบเอาน้ำยาอุทัยทิพย์มาทาปากให้แดง ชอบพกผ้าเช็ดหน้าหนึ่งผืนเอาไว้โพกศีรษะหรือทำเป็นผม ทุกครั้งที่มีคนมองฉันก็เข้าใจไปว่าเขามองเพราะเห็นว่าฉันสวย

3

เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นแล้วนั่นแหละ ฉันจึงรู้ว่าทุกสายตาที่มองมาไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดเลยคำพูดที่ว่า “กะเทยควาย” “อ้วนดำ” ดังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งฉันลุกขึ้นยืนส่องกระจกเห็นภาพสะท้อนของเด็กชายอ้วนดำเหมือนอย่างที่ใครหลายคนดูถูก ฉันต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ด้วยความใจร้อนอยากเห็นผลเร็วจึงแสวงหาทางลัด คิดได้ว่าเคยเห็นช่างประกอบรถตุ๊ก ๆ นำน้ำมันก๊าดมาเช็ดทำความสะอาดชิ้นส่วนรถแล้วหกโดนมือ ทำให้หนังของเขาลอกออกมา ฉันจึงรีบหยิบเอาขวดน้ำมันก๊าดวิ่งขึ้นไปบนห้อง ล็อกประตู จากนั้นก็เอาสำลีชุบน้ำมันก๊าดเช็ดไปที่ต้นคอทันที

แว็บแรกเพียงแค่รู้สึกเย็น ๆ แต่พอเช็ดไปสักพักเริ่มรู้สึกแสบ และแสบมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วผิวหนังดำ ๆ ไหม้ ๆ ก็ค่อย ๆ หลุดติดออกมากับสำลี ความรู้สึกเจ็บในตอนนั้นคงไม่ต่างอะไรกับคนที่โดนน้ำกรดราด ฉันร้องไห้เพราะทั้งตกใจ เจ็บ และกลัว แต่ก็ทนเพราะอยากขาว

ฉันเช็ดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งคอแดงและเลือดซึมเลอะไปทั่ว จึงรีบไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย แล้วใช้ครีมบำรุงผิวโปะเข้าไปที่คอทันที จากนั้นก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหน เพราะกลัวใครจะมาเห็น เวลาแม่เข้ามาหาฉันก็จะใช้ผ้าพันคอหรือใส่เสื้อกันหนาวคลุมไว้ ฉันค่อย ๆ บำรุงผิวที่คอด้วยครีมจนแผลหาย เมื่อโตขึ้นฉันจึงรู้ว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ผิดและอันตรายมาก หมอบอกว่าฉันโชคดีมากที่ผิวหนังไม่เป็นอะไร แต่ก็เกิดผลข้างเคียงคือผิวบาง เกิดรอยฟกช้ำง่าย และไวต่อแดด

ไม่มีใครในครอบครัวรู้เรื่องที่ฉันเป็นกะเทย เพราะอยู่บ้านคนละหลังกับพ่อและพี่น้องทุกคน มีแม่คนเดียวที่รู้มาตลอด แม่แอบซื้อตุ๊กตาบาร์บี้ให้ฉันทุกรุ่น ฉันต้องแอบเล่นตุ๊กตาอยู่ในห้องคนเดียวมาตลอดจนกระทั่งเรียนจบ ม.3 พ่อก็บอกว่าอยากให้เรียนต่อที่โรงเรียนสารพัดช่าง

วันไปสมัครเรียน พ่อขับรถไปส่งระหว่างทางฉันคิดในใจว่า “ทำไมพ่อให้กะเทยไปเรียนสารพัดช่าง” และแล้วก็เหมือนกับเป็นโชคชะตา ปีนั้นเป็นปีแรกที่โรงเรียนเปิดสอนสาขาการตลาดและการโรงแรม ซึ่งมีใบสมัครวางอยู่ใกล้ ๆ กัน พอพ่อหันหลังฉันรีบหยิบใบสมัครแผนกการโรงแรมมาทันทีแล้วนั่งกรอกข้อมูลตรงโต๊ะรับสมัครช่าง เมื่อเขียนเสร็จแล้วจึงยื่นให้อาจารย์และกลับบ้านตามปกติ

เมื่อถึงวันรับเครื่องแบบและหนังสือ พ่อไปส่งฉันเช่นเคย เมื่อได้ชุดแล้วพ่อบอกกับฉันว่า “ไหนพ่อขอดูชุดหน่อย” พ่อเปิดดูของที่อยู่ในถุงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อดูเสร็จก็ให้เงินไปจ่ายค่าชุดและค่าหนังสือ เมื่อจ่ายเงินเสร็จแล้วเราสองคนก็เดินออกมาข้างนอกโรงเรียน

“ทำไมชุดเป็นแบบนี้ ทำไมมีสูท มีเนคไท” พ่อมาถามทีหลังด้วยความสงสัย

“หนูลงเรียนการโรงแรม” นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ฉันได้คุยกับพ่อ

เมื่อพ่อและทุกคนในบ้านรู้ว่าฉันเป็นกะเทยก็ไม่มีใครยอมรับ โดยเฉพาะพี่สาวต่างแม่ที่เกลียดฉันมาก

“ฉันไม่มีน้องชายแบบนี้ พ่อไม่มีลูกแบบนี้”

พ่อผิดหวังในตัวฉันมาก เพราะท่านวางแผนเอาไว้แล้วว่าจะให้ฉันดูแลธุรกิจโรงกลึงของครอบครัว ซึ่งสร้างและดำเนินการไปแล้วทั้งหมด 3 สาขา สองสาขาแรกพ่อสร้างให้พี่ชาย แต่อีกหนึ่งสาขาสร้างให้ฉันโดยให้พี่ชายดูแลไปก่อน

ฉันตัดสินใจหนีออกจากบ้านโดยมีเงินติดตัวเพียง 80 บาท ส่วนแม่ยังอยู่กับพี่ป้าน้าอาในบ้านหลังเดิม ฉันเดินออกจากบ้านไปอย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้จะไปพึ่งใคร ไม่รู้จะนอนที่ไหน ระหว่างที่เดินไปตามทางความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา

“ฆ่าตัวตายดีไหม” แต่เพียงชั่ววูบเท่านั้น พลันคำดูถูกเหยียดหยามมากมายก็ทำให้ฮึดสู้ และตั้งใจว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อลบคำสบประมาทเหล่านั้นให้ได้ จากนั้นจึงไปขอพักอาศัยและกินข้าวก้นบาตรที่วัดแถวบ้าน

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป

ความเห็น