เหตุผลที่ พ่อ แม่ ไม่ควรสแกนคนรักของลูก อย่าใช้ความรักทำร้ายคนที่ตนรัก

0
3703
พ่อ แม่

ความรักถ้าวางใจไม่ถูกที่ ก็จะเป็นการทำร้ายกัน พ่อ แม่ หลายคนรักลูก แต่กลับทำร้ายจิตใจของลูก ทำให้ลูกไม่มีความสุขทั้งๆ ที่ก็รักและหวังดีต่อลูก – บทความจากพระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

เมื่อลูกอยู่ในวัยศึกษาโดยเฉพาะช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะเข้ามหาวิทยาลัย พ่อ แม่ บางคนชี้นำแกมบังคับให้ลูกเลือกเรียนคณะนั้นคณะนี้ เพื่อที่จบออกมาจะได้ทำงานในอาชีพที่พ่อแม่อยากให้ลูกเป็น ทั้งๆ ที่ลูกไม่ชอบสาขาที่พ่อแม่อยากให้เรียน ลูกมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นอย่างที่ลูกปรารถนา แต่ทนแรงเสียดทานของพ่อแม่ไม่ได้ ลูกต้องจำใจเรียนในสาขาที่ลูกไม่ชอบเลย จบมาก็ต้องทำงานในอาชีพที่ตนไม่รัก พ่อแม่ไม่เข้าใจว่าคนที่มีความสุขและความสำเร็จในชีวิตมีอยู่ในทุกๆ อาชีพ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นหมอ วิศวกร ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ทนายความ

พ่อแม่ไม่รู้หรอกว่า การเอาแต่ใจตนนั้นได้ทำร้ายจิตใจและความสุขของลูกไปมากแค่ไหน พ่อแม่บางคนเมื่อรักลูกมากก็ห่วงลูกมาก ยึดถือเอาความรักความห่วงใย เข้าไปกำกับชีวิตของลูกในเรื่องต่างๆ คอยติดตามแนะนำพร่ำสอนลูกสารพัดเรื่อง แม้ลูกเรียนจบแล้ว ทำงานแล้ว แต่พ่อแม่ (โดยเฉพาะแม่) ก็ยังห่วงใยแนะนำพร่ำสอนลูกราวกับว่าลูกยังเป็นเด็ก ทำให้ลูกอึดอัดมาก รำคาญมาก

ครั้นลูกมีคนรัก พ่อแม่ก็เข้าไปสอดส่องแทบจะเรียกว่าสแกนคนรักของลูกไปเสียทุกอณู หากไม่เป็นที่พอใจของพ่อแม่ก็จะเข้าไปแทรกแซงขัดขวาง พยายามที่จะให้ลูกเปลี่ยนคนรักใหม่

ทำราวกับว่าพ่อแม่จะเลือกคนรักของตนเอง

พ่อแม่คงลืมไปแล้วว่าสมัยที่ตนเป็นหนุ่มสาวได้เลือกคนรักของตนอย่างไร ส่วนใหญ่แล้วคนหนุ่มสาวจะเลือกคู่รักจากคนที่สัมพันธ์กันแล้วถูกใจกัน เมื่ออยู่ใกล้ชิดแล้วเกิดความอบอุ่น มีทัศนะใกล้เคียงกันพูดคุยกันรู้เรื่อง คอยห่วงใยเอื้ออาทรต่อกัน รับฟังความเห็นเป็นเพื่อนปรับทุกข์กันได้

กล่าวโดยสรุป คนหนุ่มสาวจะเลือกคนรักโดยใช้อารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อกันเป็นหลัก

หากพ่อแม่เข้ามาแทรกแซงการเลือกคู่ครองของลูก ก่อนอื่นก็จะดูว่าคนรักของลูกมีความประพฤติอย่างไร หากลูกสาวตนจะเลือกหนุ่มมาเป็นคู่ครองก็จะดูฐานะ การศึกษา อาชีพการงานของหนุ่มคนนั้นว่ามีความมั่นคงพอที่จะเลี้ยงดูลูกของตนได้หรือไม่ ยิ่งถ้าพ่อแม่เป็นคนมีสกุลรุนชาติหรือมีฐานะความเป็นอยู่ดี ก็จะดูไปถึงเทือกเถาเหล่ากอและฐานะทางบ้านของหนุ่มคนนั้น ราวกับว่าสิ่งนี้เป็นเครื่องวัดความสุขความสำเร็จในชีวิตครอบครัว

การที่พ่อแม่เข้ามาวุ่นวายในชีวิตของลูกมากเกินไปนี่เอง สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นกับลูก พ่อแม่ไม่รู้หรอกว่าการมีชีวิตคู่ครองนั้นเป็นเรื่องของกรรมที่สองฝ่ายได้สร้างเอาไว้ ทั้งที่ได้มีกรรมสัมพันธ์กันแต่อดีตชาติและชาติปัจจุบัน ใครจะไปบังคับหรือลิขิตชีวิตของใครได้ มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่เป็นผู้ลิขิตชีวิตของตนเอง

พ่อแม่บางคนคิดตามประสาชาวโลกว่า เมื่อลูกของตนเรียนจบทำงานทำการแล้ว ก็ควรจะแต่งงานมีคู่ครองเป็นหลักเป็นฐาน พ่อแม่จะได้หมดห่วง

คนหนุ่มสาวบางคนกลับคิดว่า การมีคู่ครองซึ่งต่อมาก็ต้องมีลูกเป็นความทุกข์ของชีวิต เขาได้เห็นชีวิตครอบครัวทั้งของที่บ้าน ญาติพี่น้อง และครอบครัวอื่นๆ เต็มไปด้วยปัญหา มากด้วยความทุกข์ จึงไม่อยากจะใช้ชีวิตครอบครัว เพราะลำพังการเลี้ยงดูรับผิดชอบต่อตนเองก็เป็นภาระหนักอยู่แล้ว จึงไม่คิดที่จะแบกรับชีวิตผู้อื่นมาเป็นภาระอีก มีบางคนไม่คิดอยากจะมีคู่ครอง อยากใช้ชีวิตของตนอย่างมีอิสระ หลายคนมุ่งปฏิบัติธรรม

เมื่อลูกไม่แต่งงานพ่อแม่ก็เป็นห่วง ถึงกับปรารภกับลูกว่าเมื่อไรจะแต่งงานสักที หากลูกบอกว่ายังไม่มีคนที่ถูกใจ คราวนี้พ่อแม่ก็ลงมือเป็นแม่สื่อให้ บางคนถึงกับนัดบอดหาคนที่เหมาะสมมาดูตัวลูก

พฤติกรรมเช่นนี้หากลูกเป็นฝ่ายหญิงก็จะรู้สึกอาย บางรายถึงกับคิดว่าตนเป็นสินค้าหรืออย่างไรที่พ่อแม่จะต้องเรียกคนมาดูมาซื้อหา ผู้ที่มีปัญหาทำนองนี้เคยขอให้ผู้เขียนช่วยพูดกับแม่เขาด้วยว่า เขาต้องการอยู่เป็นโสด ไม่ต้องการชีวิตครอบครัว ชีวิตโสดทำให้เขามีความสุขดี ช่วยบอกให้แม่เข้าใจเขาด้วยและเลิกห่วงเขาเสียที

คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป

ความเห็น